หน้าแรก บทความ Microsoft
Microsoft

สูตร ROUND, ROUNDUP, ROUNDDOWN ปัดตัวเลขใน Excel ให้ตรงใจ

เผยแพร่ 13 ส.ค. 69

เคยตั้งราคาสินค้าออนไลน์แล้วได้ทศนิยมยาวๆ แบบ 249.7826 บาท จนต้องมานั่งพิมพ์ตัวเลขปัดเองทีละแถวไหมครับ หรือเวลาหารบิลค่าอาหารกับเพื่อนแล้วได้เศษสตางค์แปลกๆ จนไม่รู้จะเก็บเงินยังไง ปัญหาพวกนี้แก้ได้ด้วยสูตร ROUND, ROUNDUP, ROUNDDOWN ที่ Excel เตรียมไว้ให้ปัดตัวเลขตามที่ต้องการได้แม่นยำ บทความนี้จะพาไปดูความต่างของทั้ง 3 สูตร พร้อมตัวอย่างจำลองให้เห็นภาพจริง

ROUND, ROUNDUP, ROUNDDOWN ต่างกันยังไง

ทั้ง 3 สูตรมีหน้าที่ปัดเศษตัวเลข แต่ปัดคนละแบบกัน เลือกใช้ผิดตัวผลลัพธ์อาจคลาดเคลื่อนได้

สูตร วิธีปัด
ROUND ปัดตามหลักคณิตศาสตร์ปกติ เศษตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไปปัดขึ้น ต่ำกว่า 0.5 ปัดลง
ROUNDUP ปัดขึ้นเสมอ ไม่ว่าเศษจะเหลือเท่าไหร่ก็ตาม
ROUNDDOWN ปัดลงเสมอ (ตัดเศษทิ้ง) ไม่ว่าเศษจะเหลือเท่าไหร่ก็ตาม

รูปแบบสูตรและวิธีใช้ num_digits

ทั้ง 3 สูตรมีรูปแบบเหมือนกัน ต่างกันแค่ชื่อสูตรเท่านั้น

=ROUND(number, num_digits) หรือ =ROUNDUP(number, num_digits) หรือ =ROUNDDOWN(number, num_digits)

number คือตัวเลขหรือเซลล์ที่ต้องการปัด ส่วน num_digits คือจำนวนหลักทศนิยมที่ต้องการเก็บไว้ ถ้าใส่ 0 คือปัดเป็นจำนวนเต็ม ถ้าใส่ 2 คือเก็บทศนิยม 2 ตำแหน่ง และที่หลายคนไม่รู้คือ num_digits ใส่เป็นเลขติดลบได้ เพื่อปัดหลักสิบ หลักร้อย หรือหลักพันของจำนวนเต็มด้วย

ตัวอย่างใช้งานจริงที่ 1: ตั้งราคาสินค้าออนไลน์ให้ลงท้ายสวยๆ ด้วย ROUND

เวลาคำนวณราคาขายจากต้นทุน + กำไร มักได้ทศนิยมยาวๆ ROUND ช่วยปัดให้ราคาดูเป็นตัวเลขสวยงาม น่าซื้อกว่า

C2fx=ROUND(B2,0)
A B C
1 สินค้า ราคาคำนวณได้ ราคาปัดแล้ว
2 เคสมือถือ 249.7826 250
3 สายชาร์จ 189.3120 189

แถวที่ 2 ราคาคำนวณได้ 249.7826 เศษ 0.7826 มากกว่า 0.5 จึงปัดขึ้นเป็น 250 ตามหลักคณิตศาสตร์ปกติ ถ้าอยากให้ราคาลงท้ายด้วย .50 พอดี ก็ใช้เทคนิคคูณ 2 ก่อนปัดแล้วหาร 2 กลับได้เช่นกัน เช่น =ROUND(B2*2,0)/2

ตัวอย่างใช้งานจริงที่ 2: หารบิลค่าอาหารให้ลงตัวด้วย ROUNDUP

เวลาหารบิลกันหลายคน ถ้าปัดลงอาจเก็บเงินได้ไม่ครบยอด ควรใช้ ROUNDUP เพื่อให้แน่ใจว่าเก็บเงินได้พอจ่ายบิลจริงเสมอ

C2fx=ROUNDUP(A2/B2,0)
A B C
1 ยอดบิล จำนวนคน เก็บคนละ
2 1,000 3 334
3 1,000 4 250

แถวที่ 2 หาร 1,000 ด้วย 3 คน ได้ 333.33 บาท ถ้าใช้ ROUND ปกติจะปัดลงเหลือ 333 ทำให้เก็บเงินได้ไม่ครบ 1,000 บาท แต่พอใช้ ROUNDUP จะปัดขึ้นเป็น 334 บาททันที รับประกันว่าเก็บเงินได้พอจ่ายบิลแน่นอน

ตัวอย่างใช้งานจริงที่ 3: คำนวณดอกเบี้ยแล้วปัดเศษสตางค์ทิ้งด้วย ROUNDDOWN

งานด้านการเงินบางกรณี เช่น คำนวณดอกเบี้ยหรือส่วนลดที่ต้องการความระมัดระวังไม่ให้ตัวเลขเกินความเป็นจริง มักปัดเศษสตางค์ทิ้งด้วย ROUNDDOWN แทนการปัดขึ้น

C2fx=ROUNDDOWN(A2*B2,2)
A B C
1 เงินต้น อัตราดอกเบี้ย ดอกเบี้ยที่ได้
2 5,000 0.0175 87.5
3 3,200 0.0175 55.99

แถวที่ 3 คำนวณได้ดอกเบี้ย 55.9999… บาท ROUNDDOWN จะตัดเศษทิ้งเหลือ 55.99 บาททันที ไม่มีการปัดขึ้นให้เกินจำนวนจริงแม้เศษจะใกล้ 56 แค่ไหนก็ตาม เหมาะกับกรณีที่ต้องการความรัดกุมด้านตัวเลข

ปัดหลักสิบ หลักร้อย หลักพัน ด้วย num_digits ติดลบ

ถ้าอยากปัดจำนวนเต็มให้เป็นหลักสิบ หลักร้อย หรือหลักพัน ให้ใส่ num_digits เป็นเลขติดลบ เช่น -1 ปัดหลักสิบ, -2 ปัดหลักร้อย, -3 ปัดหลักพัน

B2fx=ROUND(A2,-2)
A B
1 ยอดขายจริง ปัดหลักร้อย
2 15,462 15,500
3 8,230 8,200

เทคนิคนี้มีประโยชน์เวลาสรุปยอดขายภาพรวมแบบคร่าวๆ ให้ดูง่าย โดยเฉพาะเวลานำไปสรุปรวมกับตาราง PivotTable ที่มักต้องการตัวเลขกลมๆ อ่านง่าย ไม่ต้องเห็นตัวเลขละเอียดจนตาลาย

ข้อควรระวัง: ROUND ไม่เหมือนการตั้งค่าจำนวนทศนิยมใน Format Cells

หลายคนเข้าใจผิดว่าการกดปุ่มลดทศนิยม (Decrease Decimal) หรือตั้งค่าใน Format Cells ให้แสดงทศนิยม 2 ตำแหน่ง มีผลเหมือนกับการใช้สูตร ROUND แต่จริงๆ แล้วต่างกันมาก

Format Cells เปลี่ยนแค่ การแสดงผล เท่านั้น ค่าจริงที่เก็บอยู่เบื้องหลังเซลล์ยังคงเป็นตัวเลขทศนิยมยาวเหมือนเดิมทุกประการ ถ้านำเซลล์นั้นไปคำนวณต่อ Excel จะใช้ค่าจริงที่ซ่อนอยู่ ไม่ใช่ค่าที่ตาเห็น ทำให้ผลรวมสุดท้ายอาจคลาดเคลื่อนจากที่คาดไว้เล็กน้อย ส่วนสูตร ROUND จะเปลี่ยนค่าจริงในเซลล์ทันที เมื่อนำไปคำนวณต่อจะได้ผลลัพธ์ตรงกับตัวเลขที่มองเห็นเป๊ะๆ ถ้างานไหนต้องเอาผลลัพธ์ไปคำนวณต่อ (เช่น ยอดขาย ดอกเบี้ย ราคาสินค้า) แนะนำให้ใช้ ROUND เสมอ ไม่ควรพึ่ง Format Cells เพียงอย่างเดียว

ข้อควรระวัง: ROUND/ROUNDUP/ROUNDDOWN ต่างจาก INT และ TRUNC ยังไง

อีกจุดที่สับสนกันบ่อยคือสูตรกลุ่ม ROUND กับสูตร INT และ TRUNC ที่ดูคล้ายจะทำหน้าที่ปัดเศษเหมือนกัน แต่มีข้อแตกต่างสำคัญ

INT จะปัดตัวเลขลงเป็นจำนวนเต็มเสมอ (คล้าย ROUNDDOWN ที่ num_digits เป็น 0) แต่กับเลขติดลบ INT จะปัดออกจากศูนย์แทนที่จะปัดเข้าหาศูนย์ ส่วน TRUNC จะตัดทศนิยมทิ้งตรงๆ โดยไม่สนใจเครื่องหมายบวกลบ ทำงานคล้าย ROUNDDOWN แต่ TRUNC ไม่มีการปัดตามหลักคณิตศาสตร์ให้เลือกแบบ ROUND ถ้าอยากควบคุมทิศทางการปัดให้ชัดเจน (ปัดขึ้นเสมอ หรือปัดลงเสมอ) แนะนำให้ใช้ ROUNDUP หรือ ROUNDDOWN แทน INT หรือ TRUNC จะเข้าใจง่ายและควบคุมผลลัพธ์ได้ตรงจุดกว่า

สรุป

ROUND ปัดตามหลักคณิตศาสตร์ปกติ ROUNDUP ปัดขึ้นเสมอ และ ROUNDDOWN ปัดลงเสมอ เลือกใช้ให้ตรงกับสถานการณ์ เช่น ตั้งราคาสินค้าใช้ ROUND หารบิลใช้ ROUNDUP กันเก็บเงินไม่พอ และงานที่ต้องการความรัดกุมด้านตัวเลขใช้ ROUNDDOWN พร้อมจำไว้ว่า ROUND เปลี่ยนค่าจริงในเซลล์ ต่างจาก Format Cells ที่เปลี่ยนแค่การแสดงผล ใครที่ยังไม่คุ้นกับสูตรพื้นฐานของ Excel แนะนำให้อ่านต่อที่ 10 สูตร Excel พื้นฐาน และถ้าสนใจการดักจับ Error จากการคำนวณ ลองอ่าน วิธีใช้ IFERROR เพื่อให้ตารางคำนวณของคุณดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

หมายเหตุ: บทความนี้เขียนและเรียบเรียงโดย AI

← กลับหน้าบทความ
Line