เคยเจอตารางที่เต็มไปด้วยคำว่า #DIV/0!, #N/A, #VALUE! จนดูรกและไม่น่าเชื่อถือไหมครับ ปัญหานี้แก้ได้ง่ายๆ ด้วยสูตร IFERROR ที่ช่วยดักจับ Error แล้วเปลี่ยนให้แสดงข้อความที่เข้าใจง่ายแทน บทความนี้จะพาไปดูวิธีใช้พร้อมตัวอย่างจำลองให้เห็นภาพจริง
Error ที่เจอบ่อยใน Excel มีอะไรบ้าง
ก่อนใช้ IFERROR ควรรู้จักหน้าตา Error แต่ละแบบก่อน เพราะแต่ละอันเกิดจากสาเหตุต่างกัน
| โค้ด Error | สาเหตุ |
| #DIV/0! | หารด้วยศูนย์ หรือหารด้วยเซลล์ว่าง |
| #N/A | ค้นหาข้อมูลด้วย VLOOKUP/XLOOKUP แล้วไม่พบ |
| #VALUE! | ชนิดข้อมูลไม่ถูกต้อง เช่น เอาข้อความมาบวกเลข |
| #REF! | เซลล์ที่สูตรอ้างอิงถูกลบไปแล้ว |
| #NAME? | สะกดชื่อสูตรผิด หรือลืมใส่เครื่องหมายคำพูด |
IFERROR คืออะไร ใช้งานยังไง
IFERROR คือสูตรที่ตรวจสอบว่าสูตรหลักที่เราคำนวณเกิด Error หรือไม่ ถ้าเกิด Error จะให้แสดงค่าที่เรากำหนดแทน แทนที่จะโชว์โค้ด Error กวนใจ รูปแบบสูตรคือ
=IFERROR(สูตรที่ต้องการคำนวณ, ค่าที่ให้แสดงถ้าเกิด Error)
=IFERROR(A2/B2,"หารด้วย 0 ไม่ได้")| A | B | C | |
|---|---|---|---|
| 1 | ยอดขาย | จำนวนวัน | เฉลี่ย/วัน |
| 2 | 1,000 | 0 | หารด้วย 0 ไม่ได้ |
| 3 | 2,400 | 4 | 600 |
จากตัวอย่าง แถวที่ 2 จำนวนวันเป็น 0 ทำให้สูตรหารปกติจะขึ้น #DIV/0! แต่พอครอบด้วย IFERROR จะเปลี่ยนไปแสดงข้อความ “หารด้วย 0 ไม่ได้” แทน ส่วนแถวที่ 3 คำนวณได้ปกติก็จะแสดงผลลัพธ์ตามจริง
ตัวอย่างใช้งานจริง: ครอบ VLOOKUP ที่หาไม่เจอ
จุดที่ใช้ IFERROR บ่อยที่สุดคือคู่กับ VLOOKUP หรือ XLOOKUP เวลาค้นหารหัสสินค้าที่ไม่มีในตาราง
=IFERROR(VLOOKUP(A2,ราคาสินค้า,2,FALSE),"ไม่พบสินค้า")| A | B | D | |
|---|---|---|---|
| 1 | รหัสสินค้า | ชื่อสินค้า | ราคา |
| 2 | A102 | เมาส์ไร้สาย | ไม่พบสินค้า |
| 3 | A101 | คีย์บอร์ด | 590 |
ถ้ารหัส A102 ยังไม่มีในตารางราคาสินค้า สูตร VLOOKUP เดิมจะขึ้น #N/A ทันที แต่พอครอบ IFERROR ไว้ จะเปลี่ยนเป็นข้อความ “ไม่พบสินค้า” ที่คนอ่านเข้าใจได้ทันทีว่าต้องไปเช็คข้อมูลเพิ่ม
IFERROR ต่างจาก IFNA ยังไง
หลายคนสับสนระหว่าง IFERROR กับ IFNA เพราะหน้าตาการใช้งานคล้ายกัน ความต่างหลักคือ
| สูตร | ดักจับ Error แบบไหน |
| IFERROR | ดักทุก Error ที่เกิดขึ้น (#N/A, #VALUE!, #DIV/0! ฯลฯ) |
| IFNA | ดักเฉพาะ #N/A เท่านั้น Error แบบอื่นยังโชว์ตามปกติ |
ถ้าต้องการเฉพาะกรณีค้นหาไม่เจอ แต่ยังอยากเห็น Error แบบอื่นเวลาสูตรเขียนผิดจริงๆ ควรเลือกใช้ IFNA แทน จะได้ไม่พลาดจุดที่สูตรมีปัญหาจริงๆ
ข้อควรระวัง: อย่าใช้ IFERROR ครอบทุกอย่างจนไม่รู้ว่าตรงไหนพัง
IFERROR สะดวกก็จริง แต่ถ้าใช้ครอบทุกสูตรแบบไม่เลือก อาจทำให้มองไม่เห็นว่าจริงๆ แล้วสูตรเขียนผิดตรงไหน เพราะทุก Error จะถูกซ่อนเป็นข้อความเดียวกันหมด แนะนำให้ใช้เฉพาะจุดที่รู้แน่ชัดว่า Error จะเกิดจากอะไร (เช่น ข้อมูลอาจไม่ครบ หรือค้นหาอาจไม่เจอ) ส่วนสูตรที่ยังทดสอบอยู่ควรปล่อยให้ Error โชว์ตามปกติก่อน จะได้ debug ได้ง่ายกว่า
สรุป
IFERROR ช่วยให้ตาราง Excel ดูสะอาดขึ้นโดยไม่ต้องเห็นโค้ด Error กวนใจ เพียงครอบสูตรเดิมด้วย =IFERROR(สูตร, ข้อความที่ต้องการ) ก็ใช้ได้ทันที ใครที่เริ่มต้นใช้สูตรใน Excel แนะนำให้อ่านต่อที่ 10 สูตร Excel พื้นฐาน และ XLOOKUP ต่างจาก VLOOKUP ยังไง เพื่อนำไปใช้งานร่วมกับ IFERROR ได้ครบสูตร