หน้าแรก บทความ Microsoft
Microsoft

10 สูตร Excel พื้นฐานที่ต้องรู้ไว้ใช้ทำงานประจำวัน

เผยแพร่ 02 ส.ค. 69

Excel มีสูตรอยู่หลายร้อยตัว แต่ในชีวิตการทำงานจริงเราใช้แค่ไม่กี่สูตรซ้ำๆ บ่อยที่สุด บทความนี้รวม 10 สูตรพื้นฐานที่ควรรู้ไว้ พร้อมตัวอย่างการใช้งานจริงและวิธีจำแบบเข้าใจง่าย ไม่ต้องท่องจำทั้งหมด

1. SUM — บวกตัวเลขทั้งก้อน

สูตรที่ใช้บ่อยที่สุดในโลก Excel ใช้บวกตัวเลขในเซลล์หรือช่วงเซลล์ทีเดียว แทนที่จะกดบวกทีละเซลล์

=SUM(D2:D4)

ตัวอย่างด้านล่างคือการรวมยอดในคอลัมน์ D ตั้งแต่แถว 2 ถึง 4 ได้ผลรวมออกมาที่เซลล์ล่างสุดทันที

ตัวอย่างสูตร SUM ใน Excel รวมยอดตัวเลขในคอลัมน์ Data

ข้อควรระวัง: ถ้ามีการลบแถว/คอลัมน์ที่อยู่ในช่วงสูตร อาจเจอ #REF! ให้เช็คช่วงอ้างอิงใหม่ทุกครั้งหลังแก้ตาราง

2. AVERAGE — หาค่าเฉลี่ย

ใช้หาค่าเฉลี่ยของตัวเลขในช่วงที่กำหนด เหมาะกับงานสรุปยอดขาย คะแนนสอบ หรือค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือน

=AVERAGE(B2:B10)

Excel จะรวมค่าทั้งหมดแล้วหารด้วยจำนวนเซลล์ที่มีตัวเลขให้อัตโนมัติ เซลล์ว่างจะไม่ถูกนับรวม

3. IF — ตั้งเงื่อนไขใช่/ไม่ใช่

สูตรตรรกะพื้นฐานที่สุด ใช้ตรวจสอบเงื่อนไขแล้วให้ผลลัพธ์ต่างกัน 2 แบบ ตามจริงหรือเท็จ

=IF(เงื่อนไข, ค่าถ้าจริง, ค่าถ้าเท็จ)

ตัวอย่างการเทียบยอดใช้จ่ายจริงกับงบที่ตั้งไว้ ถ้าใช้เกินงบจะขึ้น “Over Budget” ถ้าไม่เกินจะขึ้น “Within Budget”

=IF(C2>B2,"Over Budget","Within Budget")

ตัวอย่างสูตร IF ใน Excel เทียบยอดใช้จ่ายกับงบประมาณ

4. COUNTIF — นับจำนวนตามเงื่อนไข

ใช้นับว่ามีกี่เซลล์ในช่วงที่ตรงกับเงื่อนไขที่ตั้งไว้ เช่น นับว่ามีสินค้ากี่รายการที่ “หมดสต็อก”

=COUNTIF(A2:A50,"หมดสต็อก")

5. SUMIF — บวกตัวเลขตามเงื่อนไข

คล้าย SUM แต่บวกเฉพาะเซลล์ที่ตรงเงื่อนไขที่กำหนด เช่น รวมยอดขายเฉพาะสาขา “กรุงเทพ”

=SUMIF(A2:A100,"กรุงเทพ",C2:C100)

Excel จะเช็คคอลัมน์ A ว่าตรงเงื่อนไขหรือไม่ ถ้าตรงจะไปบวกค่าที่แถวเดียวกันในคอลัมน์ C

6. VLOOKUP — ค้นหาข้อมูลข้ามคอลัมน์

ใช้ค้นหาค่าจากคอลัมน์ซ้ายสุดของตาราง แล้วดึงค่าจากคอลัมน์อื่นในแถวเดียวกันมาแสดง เหมาะกับการจับคู่ข้อมูล เช่น ค้นหาชื่อพนักงานจากรหัสพนักงาน

=VLOOKUP(ค่าที่ค้นหา, ช่วงตาราง, เลขคอลัมน์ที่ต้องการ, FALSE)

ตัวอย่างด้านล่างค้นหา “Fontana” ในคอลัมน์ B แล้วดึงชื่อจริงจากคอลัมน์ C มาแสดงผลเป็น “Olivier”

ตัวอย่างสูตร VLOOKUP ใน Excel ค้นหาชื่อจากรายชื่อพนักงาน

ใส่ FALSE ท้ายสูตรเสมอถ้าต้องการให้ตรงเป๊ะ (Exact match) ไม่งั้น Excel อาจดึงค่าที่ใกล้เคียงมาให้แทน

7. TODAY — ดึงวันที่ปัจจุบันอัตโนมัติ

ใช้แสดงวันที่ปัจจุบันโดยไม่ต้องพิมพ์เอง และจะอัปเดตให้อัตโนมัติทุกครั้งที่เปิดไฟล์

=TODAY()

เหมาะกับการทำเอกสารที่ต้องมีวันที่กำกับ เช่น ใบเสนอราคา หรือรายงานประจำวัน

8. ROUND — ปัดเศษทศนิยม

ใช้ปัดตัวเลขให้เหลือทศนิยมตามจำนวนตำแหน่งที่ต้องการ ป้องกันตัวเลขยาวเกินไปในรายงาน

=ROUND(A2,2)

ตัวอย่างนี้ปัดค่าในเซลล์ A2 ให้เหลือทศนิยม 2 ตำแหน่ง ถ้าใส่เลข 0 แทน 2 จะปัดเป็นจำนวนเต็ม

9. TEXTJOIN — รวมข้อความจากหลายเซลล์

ใช้รวมข้อความจากหลายเซลล์เข้าด้วยกันโดยกำหนดตัวคั่นได้เอง เช่น รวมชื่อกับนามสกุลที่แยกคอลัมน์ไว้

=TEXTJOIN(" ",TRUE,A2,B2)

สูตรนี้จะเว้นวรรคคั่นระหว่างค่าในเซลล์ A2 และ B2 ส่วน TRUE คือสั่งให้ข้ามเซลล์ว่างไปเลย ไม่เว้นช่องว่างซ้ำ

10. เครื่องหมายคำนวณพื้นฐาน (+ − * /)

ไม่ใช่ทุกงานต้องใช้สูตรชื่อยาวๆ บางทีแค่พิมพ์เครื่องหมายคำนวณต่อจากเครื่องหมาย = ก็พอ

วิธีนี้เร็วดีสำหรับตารางเล็กๆ แต่ถ้าช่วงข้อมูลยาวหลายสิบแถว การใช้ SUM หรือ SUMIF จะจัดการง่ายกว่าและพิมพ์สูตรผิดยากกว่า

สรุป

10 สูตรนี้ครอบคลุมงานพื้นฐานที่คนทำงานเจอบ่อยที่สุด ลองเปิดไฟล์ Excel ขึ้นมาแล้วพิมพ์ตามตัวอย่างดู จะจำได้เร็วกว่าท่องจำเฉยๆ ถ้าอยากได้ตัวช่วยเขียนสูตรที่ซับซ้อนกว่านี้ ลองอ่านเพิ่มที่ วิธีเชื่อม Claude AI เข้ากับ Excel ซึ่งช่วยเขียนและแก้สูตรให้อัตโนมัติได้

ใครยังไม่มี Excel ใช้งาน ดูรายละเอียดแพ็กเกจได้ที่ Microsoft 365 Family

หมายเหตุ: บทความนี้เขียนและเรียบเรียงโดย AI

← กลับหน้าบทความ
Line