AND ต้องการให้ทุกเงื่อนไขจริงพร้อมกัน แต่บางสถานการณ์แค่มีข้อใดข้อหนึ่งจริงก็เพียงพอแล้ว เช่น ลูกค้าเป็นสมาชิก หรือ ซื้อครบ 500 บาท ก็ได้รับส่วนลดแล้ว OR คือสูตรที่เช็คว่ามีเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งเป็นจริงหรือไม่ ถ้าจริงแม้แค่ข้อเดียวจะได้ TRUE ถ้าเท็จหมดทุกข้อถึงจะได้ FALSE
ตัวอย่าง: เช็คเงื่อนไขรับส่วนลดแบบผ่านข้อใดข้อหนึ่ง
=OR(A1="สมาชิก",B1>=500)| A | B | C | |
|---|---|---|---|
| 1 | ไม่ใช่สมาชิก | 650 | TRUE |
ลูกค้าคนนี้ไม่ใช่สมาชิก (เท็จ) แต่ยอดซื้อ 650 บาทเกิน 500 บาท (จริง) เพราะมีข้อหนึ่งเป็นจริง OR จึงคืนค่า TRUE ได้รับส่วนลดอยู่ดี แม้จะไม่ผ่านเงื่อนไขแรกก็ตาม
ใช้คู่กับ IF ตั้งเงื่อนไขแบบผ่อนปรน
ตัวอย่างเช่น =IF(OR(A1="สมาชิก",B1>=500),"ได้ส่วนลด","ไม่ได้ส่วนลด") เหมาะกับเงื่อนไขที่ต้องการให้ผ่านง่ายกว่า AND เพราะแค่ข้อใดข้อหนึ่งจริงก็พอแล้ว
สรุป
OR เหมาะกับการตั้งเงื่อนไขที่ยอมรับได้หลายทาง ใช้คู่กับ AND เพื่อผสมเงื่อนไขซับซ้อนได้ เช่น (เงื่อนไข A และ B) หรือ (เงื่อนไข C) ซ้อนกันได้ตามต้องการ