หน้าแรก บทความ Microsoft
Microsoft

วิธีใส่ลายเซ็นดิจิทัลใน Word (Digital Signature) เซ็นเอกสารไม่ต้องพิมพ์

เผยแพร่ 04 ส.ค. 69

เอกสาร Word หลายฉบับต้องมี «ลายเซ็น» กำกับ ไม่ว่าจะเป็นสัญญา ใบยินยอม หรือเอกสารราชการ ข่าวดีคือ Microsoft 365 มีเครื่องมือให้ใส่ลายเซ็นได้โดยไม่ต้องปริ้นท์ออกมาเซ็นแล้วสแกนกลับเข้าเครื่องอีกต่อไป บทความนี้จะพาไปดูทีละขั้นตอนว่าทำยังไงได้บ้าง และอะไรคือความต่างระหว่าง «ลายเซ็นทั่วไป» กับ «ลายเซ็นดิจิทัลของจริง»

ลายเซ็นใน Word มีกี่แบบ ต่างกันยังไง

ก่อนเริ่ม ต้องเข้าใจก่อนว่า Word แบ่งเรื่องนี้เป็น 2 แบบที่ไม่เหมือนกัน:

สำหรับคนทั่วไป ส่วนใหญ่ใช้แบบแรก (Signature Line) ก็เพียงพอแล้ว บทความนี้จะเน้นสอนแบบที่ใช้งานได้จริงกับทุกคนก่อน แล้วค่อยอธิบาย Digital Signature แท้ๆ ไว้ท้ายบทความ

วิธีใส่ Signature Line ใน Word

  1. วางเคอร์เซอร์ตรงตำแหน่งที่ต้องการให้มีลายเซ็น
  2. ไปที่แท็บ Insert แล้วเลือก Add a Signature Line (อยู่ในกลุ่ม Text)
  3. หน้าต่าง Signature Setup จะเปิดขึ้นมา ให้กรอกข้อมูล เช่น ชื่อผู้เซ็น (Suggested signer) ตำแหน่ง (Title) และอีเมล ตามภาพด้านล่าง

หน้าต่าง Signature Setup สำหรับกรอกชื่อและตำแหน่งผู้เซ็นใน Word

  1. ติ๊กเลือกช่อง Show sign date in signature line ถ้าต้องการให้โชว์วันที่เซ็นด้วย
  2. กด OK จะได้เส้นลายเซ็นพร้อมช่องชื่อ-ตำแหน่งตามภาพนี้

เส้นลายเซ็น Signature Line ที่มีเครื่องหมาย X และช่องชื่อ-ตำแหน่งใน Word

วิธีเซ็นชื่อลงบนเส้นลายเซ็นที่สร้างไว้

เมื่อมีเส้นลายเซ็นแล้ว ผู้เซ็นสามารถคลิกขวาที่เส้นแล้วเลือก Sign จากนั้นเลือกวิธีเซ็นได้ 3 แบบ:

เมื่อเซ็นเสร็จ Word จะขึ้นแถบ «Signatures» ที่มุมล่างของหน้าจอ พร้อมไอคอนแจ้งว่าเอกสารนี้มีลายเซ็นแล้ว

ไอคอนแจ้งเตือนที่แถบสถานะด้านล่างของ Word เมื่อเอกสารมีลายเซ็นแล้ว

ข้อควรระวัง: เอกสารที่เซ็นแล้วจะแก้ไขไม่ได้

เมื่อใส่ลายเซ็นเสร็จ Word จะล็อกเอกสารเป็นโหมดอ่านอย่างเดียวโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครมาแก้เนื้อหาหลังเซ็นแล้ว ถ้าต้องการแก้ไขต่อ ต้องลบลายเซ็นออกก่อน (คลิกขวาที่เส้นลายเซ็น เลือก Remove Signature) แล้วเซ็นใหม่หลังแก้เสร็จ

Digital Signature แท้ๆ ต้องมี Digital ID

ถ้าต้องการลายเซ็นดิจิทัลที่ยืนยันตัวตนได้จริงตามมาตรฐานความปลอดภัย (มีการเข้ารหัส ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าเอกสารถูกแก้ไขหลังเซ็นหรือไม่) ต้องขอใบรับรอง Digital ID จากผู้ให้บริการ Certificate Authority ก่อน แล้วค่อยผูกใบรับรองนั้นเข้ากับลายเซ็นในขั้นตอน Sign ซึ่งเหมาะกับงานที่ต้องการความน่าเชื่อถือระดับกฎหมาย/สัญญาสำคัญ ส่วนการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน ใช้ Signature Line ตามวิธีด้านบนก็เพียงพอแล้ว

หมายเหตุ: บทความนี้เขียนและเรียบเรียงโดย AI

← กลับหน้าบทความ
Line