หน้าแรก บทความ Microsoft
Microsoft

SWITCH Function ใน Excel เทียบค่าตรงๆ ได้อ่านง่ายกว่า IF ซ้อนหลายชั้น

เผยแพร่ 15 ส.ค. 69

เมื่อต้องเทียบค่าในเซลล์กับหลายค่าที่เป็นไปได้ เช่น รหัสแผนกที่มีได้หลายแบบ แล้วแปลงเป็นชื่อแผนกเต็ม การเขียน IF ซ้อนหลายชั้นทำให้สูตรอ่านยากและแก้ไขลำบาก SWITCH คือสูตรที่เทียบค่าเซลล์กับรายการค่าที่กำหนดไว้ตรงๆ ได้ในสูตรเดียว อ่านง่ายและแก้ไขสะดวกกว่า IF ซ้อน

โครงสร้างสูตร

=SWITCH(ค่าที่ต้องการเทียบ, ค่าที่1, ผลลัพธ์1, ค่าที่2, ผลลัพธ์2, ..., [ผลลัพธ์เริ่มต้นถ้าไม่ตรง])

ตัวอย่างการใช้งาน

B2fx=SWITCH(A2,"HR","ฝ่ายบุคคล","AC","ฝ่ายบัญชี","IT","ฝ่ายไอที","ไม่ระบุ")
A B
1 รหัสแผนก ชื่อแผนก
2 AC ฝ่ายบัญชี
3 SL ไม่ระบุ

สูตรนี้เทียบค่าใน A2 กับรายการรหัส HR, AC, IT ตรงๆ ถ้าตรงกับ “AC” จะได้ผลลัพธ์ “ฝ่ายบัญชี” และถ้าไม่ตรงกับรหัสใดเลย (เช่น “SL”) จะได้ค่าเริ่มต้นที่กำหนดไว้ท้ายสุดคือ “ไม่ระบุ” แทนที่จะขึ้น Error

SWITCH ต่างจาก IFS และ CHOOSE ยังไง

สูตร เหมาะกับ
SWITCH เทียบค่าตรงๆ กับรายการค่าที่เป็นไปได้ (ข้อความ/รหัส) โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขเปรียบเทียบ
IFS ใช้เงื่อนไขเปรียบเทียบได้หลากหลายกว่า เช่น มากกว่า/น้อยกว่า ไม่ใช่แค่เท่ากับ
CHOOSE เลือกค่าจากลำดับตัวเลขต่อเนื่อง (1, 2, 3…) ไม่ใช่การเทียบค่าข้อความ

ข้อควรรู้

ถ้าไม่ใส่ค่าเริ่มต้นท้ายสุดและไม่มีค่าไหนตรงกันเลย สูตรจะคืนค่า Error #N/A ดังนั้นควรใส่ค่าเริ่มต้นไว้เสมอเพื่อป้องกัน Error ที่ไม่คาดคิด

สรุป

SWITCH เหมาะกับการแปลงรหัสหรือข้อความเป็นค่าอื่นแบบเทียบตรงๆ อ่านง่ายกว่า IF ซ้อนหลายชั้นมาก ถ้าเงื่อนไขที่ต้องใช้มีการเปรียบเทียบมากกว่า-น้อยกว่าไม่ใช่แค่เท่ากับ อ่านต่อได้ที่ IFS Function ใน Excel ทางเลือกที่อ่านง่ายกว่า IF ซ้อนหลายชั้น

หมายเหตุ: บทความนี้เขียนและเรียบเรียงโดย AI

← กลับหน้าบทความ
Line