สูตร IF ซ้อนกันหลายชั้น (Nested IF) เป็นอะไรที่หลายคนเจอบ่อยเวลาต้องเช็คเงื่อนไขมากกว่า 2-3 แบบ แต่ยิ่งซ้อนเยอะ ยิ่งอ่านยาก แก้ผิดง่าย Excel เลยมีฟังก์ชัน IFS มาช่วยให้เขียนสูตรแบบนี้ได้กระชับและอ่านง่ายขึ้นมาก
ทำไม Nested IF ถึงอ่านยาก
ลองดูตัวอย่างสูตรตัดเกรดจากคะแนนสอบ: คะแนน 80 ขึ้นไปได้ A, 70-79 ได้ B, 60-69 ได้ C, ต่ำกว่า 60 ได้ D
| A | B | C | |
|---|---|---|---|
| 1 | ชื่อ | คะแนน | เกรด (Nested IF) |
| 2 | สมชาย | 85 | A |
| 3 | วราภรณ์ | 72 | B |
| 4 | ธนกร | 55 | D |
ยิ่งเงื่อนไขเยอะ วงเล็บก็ยิ่งซ้อนลึก นับวงเล็บปิดผิดหนึ่งตัวสูตรก็พังทันที
IFS คืออะไร ไวยากรณ์เป็นยังไง
IFS ให้ใส่คู่ “เงื่อนไข, ผลลัพธ์” เรียงกันไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องซ้อนวงเล็บเลย
สูตรเกรดสอบข้างต้นเขียนด้วย IFS ได้แบบนี้ ผลลัพธ์เหมือนเดิมทุกประการ แต่เรียงเป็นขั้นตอนอ่านง่ายกว่ามาก
| A | B | D | |
|---|---|---|---|
| 1 | ชื่อ | คะแนน | เกรด (IFS) |
| 2 | สมชาย | 85 | A |
| 3 | วราภรณ์ | 72 | B |
| 4 | ธนกร | 55 | D |
ข้อควรระวังเวลาใช้ IFS
- ต้องมีเงื่อนไข “ดักท้าย” เสมอ: ใส่
TRUEเป็นเงื่อนไขสุดท้ายไว้เสมอเพื่อรองรับกรณีที่ไม่ตรงเงื่อนไขไหนเลย ถ้าไม่ใส่แล้วไม่มีเงื่อนไขไหนเป็นจริง สูตรจะขึ้น#N/A - ลำดับเงื่อนไขสำคัญ: IFS เช็คจากซ้ายไปขวาแล้วหยุดที่อันแรกที่เป็นจริง เรียงเงื่อนไขผิดลำดับ (เช่น เอาเงื่อนไขกว้างไว้ก่อน) ผลลัพธ์จะผิดได้
- ใช้ได้กับ Excel รุ่นใหม่เท่านั้น: IFS ใช้ได้ใน Excel 2019 ขึ้นไปและ Microsoft 365 ถ้าไฟล์ต้องเปิดกับ Excel รุ่นเก่ากว่านั้นให้ใช้ Nested IF แทน
สรุป
IFS เหมาะกับงานที่ต้องเช็คเงื่อนไขตั้งแต่ 3 แบบขึ้นไป ช่วยให้สูตรอ่านง่ายและแก้ไขทีหลังได้สะดวกกว่า Nested IF มาก ถ้าอยากรู้จักฟังก์ชันเงื่อนไขอื่นๆ เพิ่มเติม อ่านต่อได้ที่ สูตร SUMIF, COUNTIF, IF ใน Excel ใช้ยังไง ต่างกันตรงไหน หรือปูพื้นฐานสูตรทั้งหมดที่ 10 สูตร Excel พื้นฐานที่ต้องรู้ไว้ใช้ทำงานประจำวัน