สูตร Excel ที่ซับซ้อนมักมีการคำนวณค่าเดิมซ้ำหลายครั้งในสูตรเดียว เช่น คำนวณส่วนลดแล้วเอาไปคำนวณต่ออีกหลายจุด ทำให้สูตรยาวและอ่านยาก LET คือฟังก์ชันที่ให้ตั้งชื่อตัวแปรเก็บค่าที่คำนวณไว้ในสูตร แล้วเรียกใช้ชื่อนั้นซ้ำได้ ทำให้สูตรสั้นลง อ่านง่ายขึ้น และคำนวณเร็วขึ้นเพราะไม่ต้องคำนวณค่าเดิมซ้ำหลายรอบ
โครงสร้างของ LET
=LET(ชื่อตัวแปร1, ค่า1, ชื่อตัวแปร2, ค่า2, ..., สูตรที่ใช้ตัวแปร)
ตัวสุดท้ายในวงเล็บต้องเป็นสูตรที่นำตัวแปรที่ตั้งไว้ไปใช้คำนวณผลลัพธ์สุดท้าย
ตัวอย่างก่อนและหลังใช้ LET
สมมติต้องการคำนวณราคาหลังหักส่วนลด 10% แล้วบวก VAT 7% จากราคาสินค้าในเซลล์ A2
=LET(หลังลด,A2*0.9,หลังลด+หลังลด*0.07)| A | B | |
|---|---|---|
| 1 | ราคาสินค้า | ราคาสุทธิ |
| 2 | 1,000 | 963 |
ถ้าไม่ใช้ LET ต้องเขียนสูตรซ้ำการคำนวณ A2*0.9 สองครั้ง เช่น =A2*0.9+A2*0.9*0.07 ซึ่งอ่านยากและถ้าต้องแก้สูตรต้องแก้ทั้งสองจุดให้ตรงกัน แต่การใช้ LET ตั้งชื่อ “หลังลด” แทนค่า A2*0.9 ไว้ครั้งเดียว แล้วเรียกใช้ชื่อนั้นซ้ำได้เลย ทั้งอ่านง่ายและแก้ไขจุดเดียวพอ
ตั้งชื่อตัวแปรได้กี่ตัว
ตั้งได้สูงสุด 126 ตัวแปรในสูตรเดียว และตัวแปรที่ตั้งไว้ก่อนหน้าสามารถนำไปใช้คำนวณตัวแปรถัดไปได้ด้วย เช่น ตั้งตัวแปร A ก่อน แล้วใช้ A ไปคำนวณตัวแปร B ต่อได้ในสูตรเดียวกัน
ข้อควรรู้
| ข้อควรรู้ | รายละเอียด |
| ต้องใช้ Excel รุ่นไหน | ใช้ได้กับ Microsoft 365 และ Excel 2021 ขึ้นไป |
| ชื่อตัวแปรใช้ภาษาไทยได้ไหม | ได้ ตั้งชื่อเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษก็ได้ ขอแค่ไม่ขึ้นต้นด้วยตัวเลขและไม่ซ้ำกับชื่อฟังก์ชัน |
| ทำงานร่วมกับฟังก์ชันอื่นได้ | ใช้ร่วมกับ LAMBDA เพื่อสร้างฟังก์ชันของตัวเองได้ด้วย |
สรุป
LET ช่วยให้สูตรซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นและคำนวณเร็วขึ้น เหมาะกับใครที่เขียนสูตรยาวๆ ที่มีการคำนวณค่าเดิมซ้ำหลายจุด ถ้าอยากไปต่อกับการสร้างฟังก์ชันของตัวเองที่เรียกใช้ซ้ำได้ อ่านต่อได้ที่ LAMBDA ใน Excel สร้างฟังก์ชันของตัวเองใช้ซ้ำได้