ปกติถ้าต้องการสรุปยอดขายแยกตามสาขา ต้องสร้าง PivotTable แล้วลากฟิลด์เข้าไปวาง ซึ่งใช้เวลาหลายขั้นตอนและถ้าข้อมูลเปลี่ยนต้องกด Refresh เอง GROUPBY และ PIVOTBY คือฟังก์ชันใหม่ใน Excel ที่สรุปข้อมูลแบบเดียวกับ PivotTable ได้ด้วยสูตรเดียว พิมพ์ครั้งเดียวจบ และอัปเดตอัตโนมัติทันทีที่ข้อมูลต้นทางเปลี่ยน
GROUPBY กับ PIVOTBY ต่างกันอย่างไร
| ฟังก์ชัน | ลักษณะผลลัพธ์ |
| GROUPBY | สรุปข้อมูลเป็นตารางแนวตั้ง (เหมือน PivotTable ที่มีแค่ Rows) |
| PIVOTBY | สรุปข้อมูลแบบไขว้แถว-คอลัมน์ (เหมือน PivotTable ที่มีทั้ง Rows และ Columns) |
ตัวอย่างการใช้ GROUPBY
สมมติมีตารางยอดขายในคอลัมน์ A (สาขา) และ B (ยอดขาย) ต้องการสรุปยอดรวมแยกตามสาขา
=GROUPBY(A2:A7,B2:B7,SUM)| A | B | D | E | |
|---|---|---|---|---|
| 1 | สาขา | ยอดขาย | สาขา 1 | 900,000 |
| 2 | สาขา 1 | 500,000 | สาขา 2 | 350,000 |
| 3 | สาขา 2 | 350,000 | ||
| 4 | สาขา 1 | 400,000 |
สูตร =GROUPBY(A2:A7,B2:B7,SUM) จะรวบรวมยอดขายของแต่ละสาขาให้อัตโนมัติ ไม่ต้องลากฟิลด์เหมือน PivotTable และผลลัพธ์จะ “ไหล” ลงเซลล์ข้างล่างเองตามจำนวนสาขาที่เจอ (Dynamic Array) ถ้าข้อมูลในคอลัมน์ A, B เปลี่ยน ผลสรุปจะอัปเดตทันทีโดยไม่ต้องกด Refresh
ข้อควรรู้
| ข้อควรรู้ | รายละเอียด |
| ต้องใช้ Excel รุ่นไหน | ใช้ได้กับ Microsoft 365 ที่อัปเดตล่าสุดเท่านั้น (ฟังก์ชันใหม่ทยอยปล่อยให้ผู้ใช้) |
| ฟังก์ชันสรุปที่ใช้ได้ | เลือกได้ทั้ง SUM, AVERAGE, COUNT, MAX, MIN และอื่นๆ |
| เทียบกับ PivotTable | เร็วกว่าสำหรับสรุปแบบง่าย แต่ปรับแต่งรูปแบบการแสดงผล/กราฟได้น้อยกว่า PivotTable |
สรุป
GROUPBY และ PIVOTBY เหมาะกับใครที่อยากสรุปข้อมูลเร็วๆ ด้วยสูตรโดยไม่ต้องสร้าง PivotTable แยก เหมาะกับรายงานที่ต้องอัปเดตข้อมูลบ่อย ถ้ายังไม่คุ้นกับ PivotTable แบบดั้งเดิมที่ปรับแต่งได้ละเอียดกว่า อ่านเพิ่มเติมได้ที่ PivotTable คืออะไร สรุปข้อมูลก้อนใหญ่ให้อ่านง่ายใน Excel