หน้าแรก บทความ Microsoft
Microsoft

LAMBDA เบื้องต้น: สร้างสูตร Excel ของตัวเอง ใช้ซ้ำได้ไม่ต้องพิมพ์ยาวทุกครั้ง

เผยแพร่ 13 ส.ค. 69

เคยต้องพิมพ์สูตรยาวๆ ซ้ำๆ ในหลายเซลล์ หลายชีท จนเหนื่อยและกลัวพิมพ์ผิดไหมครับ ฟังก์ชัน LAMBDA ใน Excel 365 ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ตรงจุด เพราะเปิดให้เรา “สร้างสูตรของตัวเอง ตั้งชื่อเอง” แล้วเรียกใช้ซ้ำได้ทั้งไฟล์ เหมือนมีสูตรพิเศษเฉพาะงานของเราเองโดยไม่ต้องจำหรือพิมพ์สูตรยาวๆ ทุกครั้ง บทความนี้จะพาไปรู้จัก LAMBDA แบบเข้าใจง่าย ไม่ใช้ศัพท์เขียนโปรแกรมหนักๆ

LAMBDA คืออะไร เข้าใจง่ายๆ ในประโยคเดียว

ลองนึกภาพว่าปกติเวลาคำนวณอะไรซ้ำๆ เราต้องพิมพ์สูตรยาวเดิมซ้ำทุกเซลล์ที่ต้องการผลลัพธ์ LAMBDA คือการ “ห่อ” สูตรที่พิมพ์บ่อยๆ นั้นไว้เป็นก้อนเดียว กำหนดว่าจะรับค่าอะไรเข้ามาบ้าง (เรียกว่าพารามิเตอร์) แล้วเอาค่านั้นไปคำนวณตามสูตรที่เรากำหนดไว้ รูปแบบพื้นฐานคือ

=LAMBDA(พารามิเตอร์, สูตรที่ใช้พารามิเตอร์นั้น)

เช่น ถ้าต้องการคำนวณภาษี 7% จากราคาสินค้าคูณจำนวนชิ้น สามารถเขียนเป็น =LAMBDA(x, y, x*y*0.07) ได้เลย โดย x คือราคาต่อชิ้น และ y คือจำนวนชิ้นที่เรากำหนดเอง

C2fx=LAMBDA(x,y,x*y*0.07)(100,5)
A B C
1 ราคา/ชิ้น จำนวน ภาษี 7%
2 100 5 35

สังเกตว่าท้ายสูตร LAMBDA เราใส่วงเล็บ (100,5) ต่อท้ายทันที นั่นคือการ “เรียกใช้” สูตรที่เพิ่งสร้าง พร้อมส่งค่า 100 กับ 5 เข้าไปแทน x และ y ได้ผลลัพธ์ 35 ทันทีในเซลล์เดียว โดยยังไม่ต้องตั้งชื่ออะไรเลย

จุดเด่นตัวจริงของ LAMBDA: ตั้งชื่อแล้วเรียกใช้ซ้ำได้ทั้งไฟล์

การพิมพ์ =LAMBDA(...) ยาวๆ ทุกครั้งยังไม่สะดวกเท่าไหร่ จุดที่ทำให้ LAMBDA มีประโยชน์จริงคือการ ตั้งชื่อ สูตรนั้นไว้ แล้วเรียกใช้ผ่านชื่อสั้นๆ ได้จากทุกเซลล์ในไฟล์ เหมือนเรามีฟังก์ชันของตัวเองเพิ่มเข้าไปใน Excel เลยครับ วิธีทำมีขั้นตอนดังนี้

  1. ไปที่แท็บ Formulas แล้วเลือก Name Manager
  2. กด New เพื่อสร้างชื่อใหม่
  3. ช่อง Name ตั้งชื่อที่จำง่าย เช่น คิดภาษี
  4. ช่อง Refers to ใส่สูตร LAMBDA เช่น =LAMBDA(x,y,x*y*0.07) (ไม่ต้องใส่วงเล็บเรียกใช้ต่อท้ายตอนนี้)
  5. กด OK เป็นอันเสร็จ

จากนั้นไปพิมพ์ที่เซลล์ไหนก็ได้ในไฟล์ว่า =คิดภาษี(100, 5) ก็จะได้ผลลัพธ์ 35 ทันที โดยไม่ต้องพิมพ์สูตรยาวซ้ำอีกเลย

กลไกการตั้งชื่อนี้ใช้ระบบเดียวกับการตั้งชื่อช่วงเซลล์แบบ Named Range ที่หลายคนคุ้นเคยอยู่แล้ว (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ การใช้งาน Named Range ใน Excel) เพียงแต่ครั้งนี้ชื่อที่ตั้งไม่ได้ผูกกับช่วงเซลล์ แต่ผูกกับสูตรที่เรียกใช้งานได้เหมือนฟังก์ชันจริงๆ

ตัวอย่างใช้งานจริง: คำนวณราคาสุทธิหลังส่วนลดและภาษี

ลองมาดูตัวอย่างที่ใกล้ตัวมากขึ้น สมมติร้านค้าออนไลน์เล็กๆ ต้องคำนวณ “ราคาสุทธิ” ของสินค้าแต่ละชิ้นซ้ำๆ หลายจุดในไฟล์เดียวกัน โดยสูตรคือ เอาราคาตั้งต้นหักส่วนลดก่อน แล้วค่อยบวกภาษี 7% ทับ ถ้าต้องพิมพ์สูตรยาวแบบนี้ซ้ำทุกแถวทุกชีทคงเสียเวลามาก จึงสร้าง LAMBDA ตั้งชื่อว่า คิดราคาสุทธิ ไว้ล่วงหน้าใน Name Manager ด้วยสูตร

=LAMBDA(ราคา,ส่วนลด,(ราคา-ส่วนลด)*1.07)

C2fx=คิดราคาสุทธิ(A2,B2)
A B C
1 ราคาตั้งต้น ส่วนลด ราคาสุทธิ
2 1,000 100 963
3 500 0 535

หลังจากนี้ไม่ว่าจะเพิ่มสินค้าอีกกี่แถว หรือเปิดชีทใหม่ในไฟล์เดียวกัน ก็แค่พิมพ์ =คิดราคาสุทธิ(ราคา, ส่วนลด) ได้ทันทีโดยไม่ต้องพิมพ์สูตรเต็มซ้ำอีก ถ้าวันหนึ่งอัตราภาษีเปลี่ยน ก็แค่ไปแก้สูตรที่ Name Manager จุดเดียว ผลลัพธ์ทุกเซลล์ที่เรียกใช้ชื่อนี้จะอัปเดตตามทันทีด้วย

ข้อควรระวังก่อนเริ่มใช้ LAMBDA

สรุป

LAMBDA คือเครื่องมือที่ช่วยให้เราสร้างสูตรของตัวเอง ตั้งชื่อเอง แล้วเรียกใช้ซ้ำได้ทั้งไฟล์ ผ่าน Formulas > Name Manager เหมือนมีฟังก์ชันพิเศษเฉพาะงานของเราเองโดยไม่ต้องพิมพ์สูตรยาวซ้ำทุกครั้ง เหมาะมากสำหรับงานที่ต้องคำนวณซ้ำๆ แบบเดิมหลายจุดในไฟล์เดียวกัน เช่น การคิดภาษีหรือราคาสุทธิสินค้า ใครที่ยังไม่คุ้นกับการตั้งชื่อสูตรหรือช่วงเซลล์ แนะนำให้อ่าน การใช้งาน Named Range ใน Excel ควบคู่ไปด้วย จะช่วยให้เข้าใจกลไกเบื้องหลัง LAMBDA ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

หมายเหตุ: บทความนี้เขียนและเรียบเรียงโดย AI

← กลับหน้าบทความ
Line