ถ้ามีตารางข้อมูลขนาดใหญ่ แล้วต้องการดึงค่าที่ตรงกับรหัสหรือชื่อบางอย่างมาแสดง ไม่จำเป็นต้องเลื่อนหาเองทีละแถว สูตร VLOOKUP ช่วยค้นหาและดึงข้อมูลจากตารางมาให้อัตโนมัติ เป็นหนึ่งในสูตรที่ใช้บ่อยที่สุดใน Excel
VLOOKUP คืออะไร
VLOOKUP ย่อมาจาก Vertical Lookup คือสูตรที่ค้นหาค่าในคอลัมน์ซ้ายสุดของตาราง แล้วดึงค่าจากคอลัมน์อื่นในแถวเดียวกันกลับมา รูปแบบสูตรคือ
=VLOOKUP(ค่าที่ต้องการค้นหา, ช่วงตาราง, เลขคอลัมน์ที่ต้องการดึงค่า, [TRUE/FALSE])
=VLOOKUP(D2,A2:B5,2,FALSE)| A | B | D | E | |
|---|---|---|---|---|
| 1 | รหัสสินค้า | ชื่อสินค้า | ค้นหารหัส | ผลลัพธ์ |
| 2 | A101 | คีย์บอร์ด | A103 | หูฟัง |
| 3 | A102 | เมาส์ไร้สาย | ||
| 4 | A103 | หูฟัง |
อาร์กิวเมนต์แต่ละตัวหมายถึงอะไร
| อาร์กิวเมนต์ | ความหมาย |
| ค่าที่ต้องการค้นหา | ค่าที่ใช้ค้น เช่น รหัสสินค้าในเซลล์ D2 |
| ช่วงตาราง | ตารางข้อมูลทั้งหมด โดยคอลัมน์ค้นหาต้องอยู่ซ้ายสุดของช่วงเสมอ |
| เลขคอลัมน์ | นับจากคอลัมน์ซ้ายสุดของช่วงเป็นคอลัมน์ที่ 1 แล้วนับไปทางขวา |
| TRUE/FALSE | FALSE = ค้นหาแบบตรงเป๊ะ (แนะนำใช้เกือบทุกกรณี), TRUE = ค้นหาแบบใกล้เคียง |
ข้อจำกัดที่ควรรู้
- VLOOKUP ค้นหาได้เฉพาะคอลัมน์ที่อยู่ ทางขวา ของคอลัมน์ค้นหาเท่านั้น ค้นย้อนไปทางซ้ายไม่ได้
- ถ้าหาไม่พบ จะแสดง
#N/A— ควรครอบด้วย IFERROR เพื่อแสดงข้อความที่เข้าใจง่ายแทน - ถ้าตารางมีการเพิ่ม/ลบคอลัมน์ เลขคอลัมน์ที่ระบุไว้อาจคลาดเคลื่อน ต้องแก้สูตรตาม
VLOOKUP ต่างจาก XLOOKUP อย่างไร
XLOOKUP เป็นสูตรรุ่นใหม่กว่าที่แก้ข้อจำกัดของ VLOOKUP ได้ เช่น ค้นหาย้อนไปทางซ้ายได้ และไม่ต้องนับเลขคอลัมน์เอง อ่านเพิ่มเติมได้ที่ XLOOKUP ต่างจาก VLOOKUP อย่างไร
สรุป
VLOOKUP เหมาะกับการค้นหาข้อมูลจากตารางที่มีโครงสร้างเรียบง่ายและคอลัมน์ค้นหาอยู่ซ้ายสุด เป็นสูตรพื้นฐานที่ควรเข้าใจก่อนต่อยอดไปใช้ INDEX/MATCH หรือ XLOOKUP ที่ยืดหยุ่นกว่า