MATCH เป็นสูตรที่หาว่าค่าที่ต้องการอยู่ตำแหน่งลำดับที่เท่าไรในช่วงข้อมูล แต่มีข้อจำกัดเรื่องการค้นหาแบบไม่เจาะจงและค้นหาจากท้ายตารางไม่ได้ XMATCH คือสูตรรุ่นใหม่ที่ทำงานแบบเดียวกับ MATCH แต่ยืดหยุ่นกว่า ค้นหาได้ทั้งจากหน้าไปหลังและหลังไปหน้า พร้อมรองรับการค้นหาแบบใกล้เคียงได้ดีขึ้น
โครงสร้างสูตร
=XMATCH(ค่าที่ต้องการหา, ช่วงข้อมูล, [โหมดค้นหา], [โหมดทิศทาง])
ตัวอย่างการใช้งาน
=XMATCH("คีย์บอร์ด",A2:A5)| A | |
|---|---|
| 1 | สินค้า |
| 2 | เมาส์ |
| 3 | คีย์บอร์ด |
| 4 | จอมอนิเตอร์ |
ผลลัพธ์ = 2 (คีย์บอร์ดอยู่ลำดับที่ 2 ในช่วง A2:A5)
XMATCH ต่างจาก MATCH ยังไง
| ความสามารถ | MATCH | XMATCH |
| ค้นหาแบบใกล้เคียง | ต้องเรียงข้อมูลก่อนถึงจะแม่นยำ | ค้นหาแบบใกล้เคียงได้โดยไม่ต้องเรียงข้อมูลก่อน |
| ค้นหาจากท้ายมาหน้า | ทำไม่ได้ | ทำได้ด้วยโหมดทิศทางค้นหาย้อนกลับ |
| ใช้ Wildcard (* ?) | ทำไม่ได้โดยตรง | ใช้ค้นหาแบบ Wildcard ได้ในตัว |
ใช้ร่วมกับ INDEX แทน VLOOKUP
XMATCH มักใช้คู่กับ INDEX เพื่อดึงข้อมูลแบบยืดหยุ่นกว่า VLOOKUP เช่น =INDEX(B2:B5,XMATCH("คีย์บอร์ด",A2:A5)) จะดึงราคาคีย์บอร์ดจากคอลัมน์ B โดยใช้ XMATCH หาตำแหน่งให้ก่อน วิธีนี้ค้นหาได้ทั้งซ้าย-ขวาไม่จำกัดทิศทางเหมือน VLOOKUP
สรุป
XMATCH เหมาะกับใครที่ต้องการความยืดหยุ่นในการค้นหาตำแหน่งข้อมูลมากกว่า MATCH แบบเดิม โดยเฉพาะเมื่อต้องค้นหาแบบใกล้เคียงหรือค้นจากท้ายตาราง ถ้าอยากรู้จักคู่หูของ XMATCH ที่ใช้ดึงข้อมูลแทน VLOOKUP ได้ดีกว่า อ่านต่อได้ที่ XLOOKUP ต่างจาก VLOOKUP ยังไง