หน้าแรก บทความ Microsoft
Microsoft

Word Count & Readability Statistics เช็คจำนวนคำและระดับความยากง่ายของเอกสาร

เผยแพร่ 15 ส.ค. 69

เขียนรายงาน บทความ หรือเรียงความที่มีกำหนดจำนวนคำ บางทีต้องมานั่งนับเองหรือกะประมาณ ทำให้เสียเวลาและไม่แม่นยำ Word มีเครื่องมือนับจำนวนคำในตัวอยู่แล้ว และยังมี Readability Statistics ที่ช่วยวัดว่าเอกสารที่เขียนอ่านง่ายหรือยากแค่ไหน เหมาะกับใครที่ต้องเขียนให้กลุ่มเป้าหมายเฉพาะเข้าใจง่าย

วิธีดู Word Count

วิธี ทำอย่างไร
ดูแบบเรียลไทม์ มุมล่างซ้ายของหน้าจอ Word แสดงจำนวนคำอยู่ตลอดเวลาโดยอัตโนมัติ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ไปที่แท็บ Review > Word Count จะเห็นทั้งจำนวนหน้า คำ ตัวอักษร ย่อหน้า และบรรทัด
นับเฉพาะบางส่วน ลากเลือกข้อความที่ต้องการก่อน ตัวเลขที่มุมล่างซ้ายจะเปลี่ยนไปนับเฉพาะส่วนที่เลือกทันที
หน้าต่าง Word Count แสดงจำนวนหน้า คำ ตัวอักษร ย่อหน้า และบรรทัด
ที่มา: Microsoft Support

Readability Statistics คืออะไร

เป็นรายงานที่วิเคราะห์เอกสารแล้วให้คะแนนความอ่านง่าย โดยอิงจากความยาวประโยค จำนวนพยางค์ และโครงสร้างประโยคโดยรวม (ใช้ได้แม่นยำกับข้อความภาษาอังกฤษเป็นหลัก)

ค่าที่แสดง ความหมาย
Flesch Reading Ease คะแนน 0-100 ยิ่งสูงยิ่งอ่านง่าย (ปกติงานทั่วไปควรอยู่ราว 60-70)
Flesch-Kincaid Grade Level บอกระดับการศึกษาโดยประมาณที่จำเป็นต่อการเข้าใจเนื้อหา
Passive Sentences สัดส่วนประโยคที่ใช้ Passive Voice ในเอกสาร

วิธีเปิดใช้ Readability Statistics

ขั้นตอน วิธีทำ
1 ไปที่ File > Options > Proofing
2 เลื่อนหาหัวข้อ When correcting spelling and grammar in Word แล้วติ๊กเลือก Show readability statistics
3 กด OK แล้วรัน Spelling & Grammar Check (กด F7) จนตรวจสอบครบทั้งเอกสาร
4 เมื่อตรวจสอบเสร็จ หน้าต่าง Readability Statistics จะเด้งขึ้นมาแสดงผลสรุปอัตโนมัติ

สรุป

Word Count ช่วยควบคุมความยาวเอกสารให้ตรงตามที่กำหนด ส่วน Readability Statistics ช่วยให้เขียนเนื้อหาที่กลุ่มเป้าหมายเข้าใจง่ายขึ้น เหมาะกับงานเขียนที่ต้องสื่อสารกับคนหลากหลายกลุ่ม ถ้าต้องการตรวจสอบเอกสารให้เข้าถึงได้สำหรับทุกคน รวมถึงผู้พิการ อ่านต่อได้ที่ Accessibility Checker ใน Word เช็คเอกสารให้อ่านง่ายสำหรับทุกคน

หมายเหตุ: บทความนี้เขียนและเรียบเรียงโดย AI

← กลับหน้าบทความ
Line