หน้าแรก บทความ Microsoft
Microsoft

Data Validation ใน Excel ตั้งเงื่อนไขรับข้อมูล กันพิมพ์ผิด/เกินช่วง

เผยแพร่ 14 ส.ค. 69

เคยเจอไฟล์ Excel ที่มีคนกรอกอายุเป็น “25 ปี” บ้าง กรอกวันที่ผิดฟอร์แมตบ้าง หรือกรอกรหัสพนักงานยาวสั้นไม่เท่ากันไหมครับ ปัญหานี้ป้องกันได้ตั้งแต่ต้นทางด้วย Data Validation ฟีเจอร์ที่ตั้งเงื่อนไขให้เซลล์รับได้เฉพาะข้อมูลที่ถูกต้องเท่านั้น บทความนี้เจาะเฉพาะการจำกัดตัวเลข ช่วงวันที่ ความยาวข้อความ และเงื่อนไขกำหนดเอง (ถ้าต้องการทำเมนูให้เลือกแทนการพิมพ์ ดูวิธีทำ Dropdown List แยกได้ที่ท้ายบทความ)

Data Validation มีกี่แบบ เลือกใช้ยังไง

เปิดจากแท็บ Data บน Ribbon แล้วกด Data Validation ในช่อง Allow จะมีตัวเลือกหลักๆ ดังนี้

Allow ใช้ตอนไหน
Whole Number จำกัดให้กรอกได้เฉพาะเลขจำนวนเต็ม เช่น อายุ, จำนวนชิ้น
Decimal จำกัดตัวเลขทศนิยม เช่น ราคาสินค้า, น้ำหนัก
Date จำกัดให้กรอกได้เฉพาะช่วงวันที่ที่กำหนด
Text Length จำกัดจำนวนตัวอักษร เช่น รหัสพนักงาน 6 หลักเป๊ะ
List ทำเป็นเมนู Dropdown ให้เลือกแทนการพิมพ์
Custom ตั้งเงื่อนไขเองด้วยสูตร เหมาะกับกรณีซับซ้อนที่ตัวเลือกด้านบนไม่ครอบคลุม

ตัวอย่าง: จำกัดตัวเลขให้อยู่ในช่วงที่กำหนด

สมมติต้องกรอกคะแนนสอบที่ต้องอยู่ระหว่าง 0-100 เท่านั้น ตั้งค่าใน Data Validation เป็น Allow: Whole Number, Data: between, Minimum: 0, Maximum: 100

B2⚙ Whole Number: between 0–100
A B
1 ชื่อนักเรียน คะแนนสอบ
2 น้องมิว 120
3 น้องปาล์ม 85
แถวที่ 2 กรอก 120 ซึ่งเกิน Maximum ที่ตั้งไว้ (100) Excel จะเด้งข้อความเตือนและไม่ยอมให้กรอกค่านี้จนกว่าจะแก้เป็นตัวเลขในช่วงที่กำหนด

ส่วนแถวที่ 3 กรอก 85 ซึ่งอยู่ในช่วง 0-100 จึงกรอกผ่านได้ปกติ วิธีนี้ช่วยกันเคสกรอกเกินขอบเขตที่ควรจะเป็นได้ตั้งแต่ต้นทาง โดยไม่ต้องมานั่งไล่เช็คทีหลัง

ตัวอย่าง: จำกัดความยาวข้อความให้ตรงตามที่กำหนด

ถ้าต้องกรอกรหัสพนักงานที่ต้องมี 6 หลักเป๊ะ ตั้งค่าเป็น Allow: Text Length, Data: equal to, Length: 6

A2⚙ Text Length: equal to 6
A B
1 รหัสพนักงาน ชื่อ-สกุล
2 EMP12 สมชาย ใจดี
3 EMP001 สมหญิง รักงาน
“EMP12” มีแค่ 5 ตัวอักษร ไม่ครบ 6 หลักตามเงื่อนไข Excel จะไม่ยอมให้กรอกจนกว่าจะแก้ไขให้ครบ

ตั้งข้อความแจ้งเตือนให้เข้าใจง่ายขึ้น

ใน Data Validation มีอีก 2 แท็บที่ช่วยให้คนกรอกข้อมูลไม่งงเวลาเจอข้อจำกัด

แท็บ ใช้ทำอะไร
Input Message ข้อความเตือนที่โผล่ขึ้นทันทีที่คลิกเข้าเซลล์ บอกล่วงหน้าว่าต้องกรอกแบบไหน
Error Alert (Stop) บล็อกไม่ให้กรอกค่าที่ผิดเงื่อนไขได้เลย ต้องแก้ก่อนถึงจะกดออกจากเซลล์ได้
Error Alert (Warning) เตือนว่าค่าที่กรอกผิดเงื่อนไข แต่ยังเลือกกรอกต่อได้ถ้ายืนยัน
Error Alert (Information) แจ้งเตือนเบาๆ ไม่บล็อกการกรอก เหมาะกับกรณีแค่อยากเตือนไว้เฉยๆ

สำหรับข้อมูลสำคัญที่พลาดไม่ได้ เช่น รหัสพนักงานหรือคะแนนสอบ แนะนำให้ใช้สไตล์ Stop เพื่อกันไม่ให้ข้อมูลผิดหลุดเข้าไปในตารางตั้งแต่แรก

Custom Formula: ตั้งเงื่อนไขซับซ้อนขึ้นด้วยสูตร

ถ้าต้องการเงื่อนไขที่ตัวเลือกสำเร็จรูปไม่ครอบคลุม เช่น กันไม่ให้กรอกรหัสซ้ำกับที่มีอยู่แล้ว ให้เลือก Allow: Custom แล้วใส่สูตรที่ต้องคืนค่า TRUE/FALSE

A5fx=COUNTIF($A$2:$A$10,A5)=1
A
1 รหัสพนักงาน
2 EMP001
3 EMP002
5 EMP001

สูตรนี้ใช้ COUNTIF นับว่ารหัสที่กำลังกรอกซ้ำกับรหัสที่มีอยู่แล้วในช่วง A2:A10 กี่ครั้ง ถ้านับได้มากกว่า 1 (แปลว่าซ้ำ) สูตรจะคืนค่า FALSE และ Excel จะไม่ยอมให้กรอกค่านั้น เหมาะมากกับตารางที่ต้องการให้แต่ละแถวมีรหัสไม่ซ้ำกัน

ข้อควรระวัง

Data Validation ตรวจสอบเฉพาะข้อมูลที่กรอกใหม่หลังตั้งเงื่อนไขเท่านั้น ข้อมูลเดิมที่กรอกไว้ก่อนหน้าจะไม่ถูกเช็คย้อนหลัง ต้องกดปุ่ม Circle Invalid Data ในแท็บ Data เพื่อให้ Excel วงกลมสีแดงล้อมรอบเซลล์ที่ผิดเงื่อนไขให้เห็นทีหลังได้ นอกจากนี้การ Copy-Paste ข้อมูลจากที่อื่นทับลงมาอาจข้ามการตรวจสอบไปได้ในบางกรณี จึงควรใช้คู่กับ Conditional Formatting เพื่อไฮไลต์ข้อมูลผิดปกติเป็นเช็คอีกชั้นด้วย

สรุป

Data Validation ช่วยกันข้อมูลผิดตั้งแต่ต้นทางโดยไม่ต้องมานั่งไล่ตรวจทีหลัง เลือกใช้ Whole Number/Decimal/Date/Text Length ตามชนิดข้อมูล หรือใช้ Custom Formula เมื่อต้องการเงื่อนไขที่ซับซ้อนขึ้น ถ้าต้องการทำเมนูให้เลือกข้อมูลแทนการพิมพ์เอง อ่านต่อได้ที่ วิธีทำ Dropdown List ใน Excel และดู COUNTIFS และ SUMIFS เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม

หมายเหตุ: บทความนี้เขียนและเรียบเรียงโดย AI

← กลับหน้าบทความ
Line