มีตัวเลขเยอะๆ ในตาราง เช่น คะแนนสอบของลูก ยอดขายแต่ละเดือน หรือรายจ่ายแต่ละหมวด แล้วอยากรู้ว่าอันไหนมาเป็นอันดับ 1 อันดับ 2 โดยไม่ต้องนั่งไล่ตาดูทีละแถวไหม สูตร RANK.EQ ช่วยจัดอันดับตัวเลขให้อัตโนมัติ บทความนี้จะพาไปดู syntax พร้อมตัวอย่างจำลองให้เห็นภาพจริง
RANK.EQ คืออะไร ใช้ยังไง
RANK.EQ คือสูตรที่บอกอันดับของตัวเลขหนึ่งตัว เมื่อเทียบกับชุดตัวเลขทั้งหมดในช่วงที่เรากำหนด รูปแบบสูตรคือ
=RANK.EQ(number, ref, [order])
- number คือตัวเลขที่ต้องการหาอันดับ
- ref คือช่วงข้อมูลทั้งหมดที่ใช้เทียบอันดับ
- order คือรูปแบบการจัดอันดับ ใส่ 0 หรือไม่ใส่เลย = จัดจากมากไปน้อย (ตัวเลขสูงสุดได้อันดับ 1) ส่วนใส่ 1 = จัดจากน้อยไปมาก (ตัวเลขต่ำสุดได้อันดับ 1)
ตัวอย่างใช้งานจริง: จัดอันดับคะแนนสอบของลูกในห้อง
สมมติมีคะแนนสอบของนักเรียนในห้อง อยากรู้ว่าลูกเราสอบได้อันดับที่เท่าไหร่ในห้อง ใช้ RANK.EQ แบบมากไปน้อยได้เลย (order = 0 หรือไม่ใส่ก็ได้) และต้องล็อกช่วง ref ด้วย $ ไว้ก่อนลากสูตรลง
=RANK.EQ(B2,$B$2:$B$5,0)| A | B | C | |
|---|---|---|---|
| 1 | ชื่อนักเรียน | คะแนน | อันดับ |
| 2 | น้องมิว (ลูกเรา) | 88 | 2 |
| 3 | น้องปาล์ม | 95 | 1 |
| 4 | น้องกัน | 76 | 3 |
| 5 | น้องฟ้า | 60 | 4 |
น้องมิวได้ 88 คะแนน เมื่อเทียบกับเพื่อนทั้งห้องแล้วอยู่อันดับ 2 เพราะน้องปาล์มได้คะแนนสูงกว่า สังเกตว่าช่วง $B$2:$B$5 ใส่ $ ล็อกไว้ทั้งแถวและคอลัมน์ ทำให้ลากสูตรลงไปแถวอื่นได้โดยช่วงอ้างอิงไม่เลื่อนตาม
ตัวอย่างใช้งานจริง: จัดอันดับยอดขายแต่ละเดือนของธุรกิจเล็กๆ ที่บ้าน
ใครทำธุรกิจเล็กๆ ขายของออนไลน์ที่บ้าน อยากรู้ว่าเดือนไหนขายดีสุด-แย่สุด เพื่อดูแนวโน้ม ก็ใช้ RANK.EQ จัดอันดับยอดขายรายเดือนได้เช่นกัน
=RANK.EQ(B2,$B$2:$B$5,0)| A | B | C | |
|---|---|---|---|
| 1 | เดือน | ยอดขาย (บาท) | อันดับ |
| 2 | มกราคม | 42,000 | 3 |
| 3 | กุมภาพันธ์ | 58,500 | 1 |
| 4 | มีนาคม | 50,200 | 2 |
| 5 | เมษายน | 31,800 | 4 |
จากตารางเห็นชัดว่าเดือนกุมภาพันธ์ขายดีที่สุด (อันดับ 1) ส่วนเมษายนขายได้น้อยสุด พอมองปุ๊บก็รู้ทันทีว่าควรกลับไปดูว่าเดือนไหนทำโปรโมชันแล้วได้ผล หรือควรใช้ร่วมกับ Conditional Formatting ไฮไลต์สีให้เห็นเดือนที่ขายดี-ขายแย่ชัดขึ้นไปอีก
ตัวอย่างใช้งานจริง: จัดอันดับรายจ่ายแต่ละหมวดจากมากไปน้อย
อีกตัวอย่างที่ใช้บ่อยคือทำบัญชีรายจ่ายในบ้าน แล้วอยากรู้ว่าหมวดไหนใช้เงินเยอะสุด เพื่อวางแผนลดรายจ่ายในเดือนถัดไป
=RANK.EQ(B2,$B$2:$B$5,0)| A | B | C | |
|---|---|---|---|
| 1 | หมวดรายจ่าย | จำนวนเงิน (บาท) | อันดับ |
| 2 | ค่าอาหาร | 12,000 | 1 |
| 3 | ค่าเดินทาง | 4,500 | 3 |
| 4 | ค่าผ่อนรถ | 8,200 | 2 |
| 5 | ค่าไฟ-น้ำ | 2,100 | 4 |
เห็นได้ทันทีว่าค่าอาหารเป็นหมวดที่ใช้เงินเยอะที่สุดในบ้าน ถ้าอยากลดรายจ่ายรวม ก็ควรเริ่มพิจารณาหมวดนี้ก่อนเป็นอันดับแรก
RANK.EQ กับ RANK ต่างกันยังไง แล้ว RANK.AVG คืออะไร
ใน Excel รุ่นเก่าจะมีแค่สูตร RANK เฉยๆ ต่อมา Microsoft แยกออกเป็น RANK.EQ และ RANK.AVG เพื่อให้ชัดเจนขึ้นว่าจัดอันดับแบบไหนเวลาเจอค่าเท่ากัน สูตร RANK รุ่นเก่ายังใช้งานได้อยู่เพื่อความเข้ากันได้กับไฟล์เก่า (backward compatibility) แต่ Microsoft แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ RANK.EQ แทนในไฟล์ที่สร้างใหม่ เพราะการทำงานเหมือนกับ RANK เดิมทุกประการ เพียงแต่ตั้งชื่อให้ชัดเจนกว่า
ส่วน RANK.AVG จะต่างออกไปตรงที่ถ้ามีตัวเลขซ้ำกัน จะให้ผลเป็น อันดับเฉลี่ย แทนที่จะให้อันดับเดียวกันซ้ำแบบ RANK.EQ เช่น ถ้ามีคะแนนเท่ากัน 2 คนควรได้อันดับ 2 ทั้งคู่ RANK.AVG จะคำนวณเป็นอันดับเฉลี่ยระหว่างอันดับ 2 กับ 3 คือได้ 2.5 ทั้งคู่แทน
ข้อควรระวังตอนใช้ RANK.EQ
- ต้องล็อกช่วง ref ด้วย $ เสมอ เช่น
$B$2:$B$5ไม่งั้นพอลากสูตรลงไปแถวถัดไป ช่วงอ้างอิงจะเลื่อนตามไปด้วย ทำให้อันดับที่ได้ผิดเพี้ยนทันที - ถ้ามีตัวเลขซ้ำกัน จะได้อันดับเดียวกันแล้วข้ามอันดับถัดไป เช่น มี 2 ค่าที่เท่ากันและควรได้อันดับ 1 ทั้งคู่ RANK.EQ จะให้ทั้งคู่เป็นอันดับ 1 แล้วค่าที่มาเป็นอันดับถัดไปจะกลายเป็นอันดับ 3 ทันที (ไม่มีอันดับ 2) ถ้าไม่อยากให้ข้ามอันดับแบบนี้ ให้พิจารณาใช้ RANK.AVG แทน
สรุป
RANK.EQ ช่วยให้จัดอันดับตัวเลขในตาราง Excel ได้รวดเร็วโดยไม่ต้องไล่ดูทีละแถว ไม่ว่าจะเป็นคะแนนสอบ ยอดขาย หรือรายจ่ายในบ้าน แค่จำ syntax =RANK.EQ(number, ref, [order]) และอย่าลืมล็อกช่วง ref ด้วย $ ก็ใช้งานได้ทันที ใครยังไม่คุ้นสูตรพื้นฐานอื่นๆ ใน Excel แนะนำให้อ่านต่อที่ 10 สูตร Excel พื้นฐาน เพื่อปูพื้นฐานให้แน่นก่อนนำไปต่อยอด