หน้าแรก บทความ Microsoft
Microsoft

รหัส Error ใน Excel ทั้งหมด #REF! #VALUE! #DIV/0! แปลว่าอะไร แก้ยังไง

เผยแพร่ 04 ก.ย. 69

เปิดตาราง Excel มาแล้วเจอ #REF!, #VALUE!, #DIV/0! เต็มไปหมด งงว่าผิดตรงไหน — บทความนี้อธิบายทุกรหัส error ของ Excel ว่าแปลว่าอะไร เกิดจากอะไร และแก้ยังไง

C2fx=A2/B2
A B C
1 ยอดขาย จำนวนวัน เฉลี่ย/วัน
2 1,000 0 #DIV/0!
3 abc 4 #VALUE!
4 2,400 4 600

ความหมายและวิธีแก้แต่ละรหัส

รหัส เกิดจาก วิธีแก้
##### คอลัมน์แคบเกินไป หรือวันที่/เวลาติดลบ ดับเบิลคลิกเส้นแบ่งหัวคอลัมน์เพื่อขยาย / เช็คว่าไม่ได้เอาวันที่ลบกันจนติดลบ
#DIV/0! หารด้วย 0 หรือเซลล์ว่าง เช็คตัวหาร หรือครอบด้วย IFERROR
#N/A VLOOKUP / XLOOKUP / MATCH หาค่าที่ต้องการไม่เจอ เช็คค่าที่ค้นและช่วงข้อมูล หรือครอบด้วย IFNA
#NAME? พิมพ์ชื่อฟังก์ชันผิด ลืมใส่ " รอบข้อความ หรืออ้างชื่อ Range ที่ไม่มี ตรวจการสะกดฟังก์ชันและชื่อ Range
#VALUE! เอาข้อความมาคำนวณ หรือชนิดข้อมูลไม่ตรงกัน เช็คว่าเซลล์ที่อ้างเป็นตัวเลขจริง ไม่ใช่ตัวเลขที่เก็บเป็นข้อความ
#REF! สูตรอ้างเซลล์ที่ถูกลบทั้งแถว/คอลัมน์ไปแล้ว กด Ctrl + Z ทันทีถ้าเพิ่งลบ หรือแก้สูตรให้ชี้เซลล์ใหม่
#NUM! ตัวเลขใหญ่/เล็กเกินขอบเขต หรือหาค่ารากที่สองของจำนวนลบ ตรวจอาร์กิวเมนต์ของฟังก์ชัน
#NULL! ใช้เว้นวรรค (ตัวดำเนินการ intersection) ระหว่างสองช่วงที่ไม่ตัดกัน ใช้ : สำหรับช่วง และ , สำหรับหลายช่วง ให้ถูก
#SPILL! สูตรที่กระจายผลลัพธ์ (spill) ล้นลงช่องที่มีข้อมูลอื่นขวางอยู่ ลบข้อมูลที่ขวางในพื้นที่ปลายทาง
#CALC! อาร์เรย์ที่คำนวณไม่ได้ เช่นได้อาร์เรย์ว่าง ตรวจตรรกะของสูตรอาร์เรย์

ครอบ error ให้ตารางสะอาด

C2fx=IFERROR(A2/B2,"")
A B C
1 ยอดขาย จำนวนวัน เฉลี่ย/วัน
2 1,000 0  
3 2,400 4 600
IFERROR(สูตร, “”) error ทุกชนิด → แสดงว่าง (หรือใส่ 0 / ข้อความก็ได้)
IFNA(สูตร, …) ครอบเฉพาะ #N/A ปล่อย error อื่นให้เห็น จะได้รู้ว่าสูตรพังจริง
อย่าครอบมั่ว ถ้าซ่อน error ทั้งหมด อาจพลาด error ที่ควรแก้จริง เช่น #REF! ที่เกิดจากลบข้อมูลผิด

เครื่องมือช่วยหาต้นตอ

สามเหลี่ยมสีเขียวมุมเซลล์ คลิกไอคอนเตือนข้างเซลล์ เลือก Show Calculation Steps ดูว่าคำนวณพังตรงไหน
Formulas > Error Checking ไล่ทีละ error ทั้งชีต
Formulas > Trace Precedents ดูว่าสูตรดึงค่าจากเซลล์ไหนบ้าง เพื่อหาเซลล์ต้นทางที่ผิด

ข้อควรรู้

error หนึ่งเซลล์จะทำให้ทุกสูตรที่อ้างต่อ error ตามกันเป็นทอดๆ ให้ไล่แก้จากเซลล์ต้นทาง และ SUM รวมช่วงที่มี error ไม่ได้ ผลจะกลายเป็น error ตาม — ถ้าจำเป็นต้องรวมทั้งที่มี error ให้ใช้ AGGREGATE หรือ SUMIF ที่ข้าม error ได้ ส่วน ##### บนช่องวันที่มักแปลว่าเอาวันที่ลบกันจนติดลบ ไม่ใช่แค่คอลัมน์แคบ

สรุป

จำสั้นๆ: #DIV/0! หารศูนย์, #N/A หาไม่เจอ, #NAME? พิมพ์ผิด, #VALUE! ชนิดข้อมูลผิด, #REF! เซลล์ที่อ้างหายไป, #SPILL! มีของขวางช่อง ครอบด้วย IFERROR ให้ตารางสะอาด แต่แก้ต้นเหตุก่อนเสมอ ใช้ Error Checking กับ Trace Precedents ช่วยหา

หมายเหตุ: บทความนี้เขียนและเรียบเรียงโดย AI

← กลับหน้าบทความ
Line