เวลาข้อมูลในเซลล์ Excel เป็นข้อความยาวๆ อย่างที่อยู่ เลขบัตร หรือรหัสสินค้า แล้วต้องการเอามาแค่บางส่วน เช่น ตัดเฉพาะตัวอักษรต้นๆ ตัวท้ายๆ หรือตรงกลาง ไม่ต้องพิมพ์มือทีละเซลล์ให้เสียเวลา Excel มีสูตรกลุ่ม LEFT, RIGHT, MID ที่ออกแบบมาสำหรับตัดข้อความโดยเฉพาะ บทความนี้จะพาไปดูวิธีใช้ทั้ง 3 สูตร พร้อมตัวอย่างจำลองให้เห็นภาพจริง
LEFT, RIGHT, MID ต่างกันตรงไหน
ทั้ง 3 สูตรทำหน้าที่ตัดข้อความเหมือนกัน แต่ตัดคนละตำแหน่ง เลือกใช้ตามนี้ได้เลย
| สูตร | ตัดข้อความตรงไหน |
| LEFT | ตัดจากตัวอักษรแรกสุด (ซ้ายมือ) ไปตามจำนวนที่กำหนด |
| RIGHT | ตัดจากตัวอักษรสุดท้าย (ขวามือ) ไปตามจำนวนที่กำหนด |
| MID | ตัดจากตำแหน่งกลางๆ ที่ระบุเอง ไม่ต้องเริ่มจากซ้ายหรือขวา |
LEFT: ตัดข้อความจากด้านซ้าย
สูตร LEFT มีรูปแบบ =LEFT(text, num_chars) โดย text คือข้อความหรือเซลล์ที่ต้องการตัด ส่วน num_chars คือจำนวนตัวอักษรที่ต้องการนับจากซ้ายมือ ใช้บ่อยเวลาต้องการดึงรหัสไปรษณีย์ออกจากที่อยู่ที่พิมพ์ต่อกันมา หรือดึงตัวอักษรนำหน้ารหัสสินค้าไปแยกหมวดหมู่
=LEFT(A2,3)| A | B | |
|---|---|---|
| 1 | รหัสสินค้า | หมวดสินค้า |
| 2 | ELE-4521 | ELE |
| 3 | FUR-1092 | FUR |
จากตัวอย่าง เซลล์ A2 คือรหัสสินค้า ELE-4521 สูตร LEFT ตัดเอา 3 ตัวอักษรแรกออกมาได้ ELE ซึ่งเป็นรหัสหมวดสินค้าที่ต้องการ โดยไม่ต้องพิมพ์แยกทีละแถวเอง
RIGHT: ตัดข้อความจากด้านขวา
สูตร RIGHT มีรูปแบบ =RIGHT(text, num_chars) การใช้งานเหมือน LEFT ทุกอย่าง ต่างกันแค่เริ่มนับจากตัวอักษรสุดท้ายไล่ย้อนมาทางซ้ายแทน เหมาะกับงานที่ต้องการโชว์แค่บางส่วนท้ายๆ ของข้อมูล เช่น แสดงเลข 4 ตัวท้ายของบัตรเครดิตหรือบัตรประชาชนแบบปิดบังตัวเลขส่วนที่เหลือ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล
=RIGHT(A2,4)| A | B | |
|---|---|---|
| 1 | เลขบัตรเครดิต | 4 ตัวท้าย |
| 2 | 4521 8890 1123 7788 | 7788 |
| 3 | 3910 2245 6601 4432 | 4432 |
สูตร RIGHT ในตัวอย่างนี้นับจากตัวอักษรสุดท้ายของเลขบัตรย้อนมา 4 ตัว ได้ผลลัพธ์เป็นเลข 4 ตัวท้ายเท่านั้น ส่วนตัวเลขที่เหลือจะไม่ถูกดึงมาแสดง ทำให้ปลอดภัยขึ้นเวลาต้องทำรายงานที่มีคนอื่นเห็นข้อมูลร่วมด้วย
MID: ตัดข้อความจากตำแหน่งกลาง
สูตร MID มีรูปแบบ =MID(text, start_num, num_chars) ต่างจาก LEFT และ RIGHT ตรงที่มีอาร์กิวเมนต์เพิ่มมาคือ start_num ซึ่งเป็นตำแหน่งตัวอักษรที่จะเริ่มตัด (นับจากซ้ายเป็นตำแหน่งที่ 1) ส่วน num_chars คือจำนวนตัวอักษรที่ต้องการนับต่อจากตำแหน่งนั้น เหมาะกับกรณีที่ต้องดึงข้อมูลตรงกลางออกมา เช่น ตัดปีจากเลขบัตรหรือรหัสสินค้าที่มีปีฝังอยู่ตรงกลาง
=MID(A2,4,4)| A | B | |
|---|---|---|
| 1 | รหัสสินค้า | ปีที่ผลิต |
| 2 | TH-2023-0091 | 2023 |
| 3 | TH-2024-0155 | 2024 |
รหัสสินค้า TH-2023-0091 นับตัวอักษรจากซ้ายไป ตำแหน่งที่ 4 คือเลข 2 เริ่มต้นของปี สูตร MID จึงเริ่มตัดจากตำแหน่งที่ 4 แล้วนับต่อไปอีก 4 ตัวอักษร ได้ผลลัพธ์เป็น 2023 พอดี
ตัวอย่างใช้งานจริงเพิ่มเติม: ดึงโดเมนจากอีเมล
อีกกรณีที่เจอบ่อยคือมีรายชื่ออีเมลลูกค้าอยู่คอลัมน์เดียว แล้วอยากรู้ว่าแต่ละคนใช้โดเมนอะไร (เช่น gmail.com, hotmail.com) เพื่อเอาไปจัดกลุ่มดูสัดส่วน ตรงนี้จะใช้ MID ร่วมกับสูตร FIND เพื่อหาตำแหน่งเครื่องหมาย @ ก่อน แล้วค่อยตัดข้อความที่เหลือทั้งหมดออกมา
=MID(A2,FIND("@",A2)+1,20)| A | B | |
|---|---|---|
| 1 | อีเมล | โดเมน |
| 2 | somchai99@gmail.com | gmail.com |
| 3 | nida.k@hotmail.com | hotmail.com |
สูตร FIND("@",A2) จะคืนตำแหน่งของเครื่องหมาย @ ในข้อความ แล้วบวก 1 เพื่อเริ่มตัดจากตัวอักษรถัดจาก @ ไป ส่วน num_chars ใส่จำนวนมากๆ ไว้ก่อน (ในตัวอย่างใส่ 20) เพราะ MID จะตัดแค่เท่าที่มีข้อความจริงอยู่ ไม่ error แม้ข้อความจะสั้นกว่าจำนวนที่ระบุ
ข้อควรระวังเวลาใช้ LEFT, RIGHT, MID
มีจุดที่มือใหม่มักพลาดอยู่ 2 เรื่องหลักๆ
| ข้อควรระวัง | รายละเอียด |
| นับตัวอักษรรวมช่องว่างด้วย | ช่องว่างระหว่างคำก็นับเป็น 1 ตัวอักษรเหมือนกัน ถ้าข้อความมีเว้นวรรคปนอยู่ ต้องนับให้ครบ ไม่งั้นผลลัพธ์จะเพี้ยนไปจากที่ต้องการ |
| ผลลัพธ์เป็นข้อความ (text) เสมอ | แม้จะตัดตัวเลขออกมา เช่น ปี 2023 ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยังเป็นข้อความอยู่ ถ้าจะเอาไปบวก ลบ หรือคำนวณต่อ ต้องครอบด้วยสูตร VALUE เช่น =VALUE(MID(A2,4,4)) ก่อน ไม่งั้นเอาไปคำนวณต่อไม่ได้ |
สรุป
LEFT, RIGHT, MID คือสูตรตัดข้อความพื้นฐานที่ช่วยดึงข้อมูลบางส่วนออกมาจากข้อความยาวๆ ได้อย่างรวดเร็ว เลือกใช้ LEFT เมื่อต้องการตัดจากต้น เลือก RIGHT เมื่อต้องการตัดจากท้าย และเลือก MID เมื่อต้องการตัดตรงกลาง ใครที่อยากรู้จักสูตรพื้นฐานตัวอื่นเพิ่มเติมอ่านต่อได้ที่ 10 สูตร Excel พื้นฐานที่ต้องรู้ไว้ใช้ทำงานประจำวัน หรือถ้ามีข้อมูลที่อยู่ในคอลัมน์เดียวแล้วอยากแยกออกเป็นหลายคอลัมน์แบบไม่ต้องเขียนสูตรเอง ลองอ่าน วิธีใช้ Text to Columns ใน Excel เพิ่มเติม หรือถ้าอยากให้ Excel เดาการตัดข้อความให้อัตโนมัติ ก็มีสูตรลัดอย่าง Flash Fill ใน Excel ที่ช่วยลดขั้นตอนได้เหมือนกัน