หน้าแรก บทความ Microsoft
Microsoft

สูตรวันที่ใน Excel ใช้ยังไง DATEDIF, TODAY, NETWORKDAYS คำนวณอายุ/วันทำงาน

เผยแพร่ 09 ส.ค. 69

คำนวณอายุจากวันเกิด นับจำนวนวันทำงานที่เหลือของโปรเจกต์ หรือดูว่าพนักงานทำงานมาแล้วกี่ปี ถ้านับด้วยมือโอกาสผิดพลาดสูงมาก Excel มีฟังก์ชันวันที่ที่ช่วยให้งานพวกนี้ง่ายขึ้นเยอะ วันนี้จะพาไปรู้จัก 3 ตัวที่ใช้บ่อยที่สุด

TODAY() ดึงวันที่ปัจจุบันอัตโนมัติ

ฟังก์ชันนี้ไม่ต้องใส่ argument อะไรเลย พิมพ์ =TODAY() แล้ว Excel จะใส่วันที่วันนี้ให้ และอัปเดตให้เองทุกครั้งที่เปิดไฟล์ เหมาะเอาไปใช้ร่วมกับสูตรอื่นที่ต้องอ้างอิงวันที่ปัจจุบัน เช่น คำนวณอายุหรือนับวันที่เหลือ

DATEDIF คำนวณอายุหรือระยะเวลาระหว่างวันที่

ไวยากรณ์คือ =DATEDIF(วันที่เริ่ม, วันที่สิ้นสุด, "หน่วย") โดยหน่วยที่ใช้บ่อยคือ "Y" (ปีเต็ม), "M" (เดือนเต็ม), "D" (จำนวนวัน)

C2fx=DATEDIF(A2,TODAY(),”Y”)
A B C
1 ชื่อ วันเกิด อายุ (ปี)
2 สมชาย 15/03/2538 31
3 วราภรณ์ 02/11/2540 28

💡 ข้อสังเกต: DATEDIF เป็นฟังก์ชันที่ Excel ไม่ขึ้น autocomplete ให้เวลาพิมพ์ (ฟังก์ชันลับที่ยังใช้งานได้จริง) ต้องพิมพ์ชื่อฟังก์ชันให้ถูกต้องเองทั้งหมด

NETWORKDAYS นับวันทำงาน ไม่รวมเสาร์-อาทิตย์

เหมาะกับงานวางแผนโปรเจกต์ที่ต้องรู้ว่าเหลือ “วันทำงานจริง” กี่วัน (ไม่นับวันหยุดสุดสัปดาห์)

C2fx=NETWORKDAYS(A2,B2)
A B C
1 วันเริ่มงาน วันส่งงาน วันทำงาน
2 04/08/2569 14/08/2569 9

ถ้าต้องการไม่นับวันหยุดนักขัตฤกษ์ด้วย ใช้ =NETWORKDAYS(A2,B2,วันหยุด) โดยระบุช่วงเซลล์ที่รวมรายการวันหยุดเพิ่มเป็น argument ที่ 3

ข้อควรระวังเวลาใช้สูตรวันที่

สรุป

TODAY, DATEDIF และ NETWORKDAYS ช่วยให้งานที่เกี่ยวกับวันที่แม่นยำขึ้นมาก ไม่ต้องนับด้วยมือให้เสี่ยงผิด ถ้าอยากปูพื้นฐานสูตรอื่นๆ เพิ่มเติม อ่านต่อได้ที่ 10 สูตร Excel พื้นฐานที่ต้องรู้ไว้ใช้ทำงานประจำวัน หรือลองไฮไลต์วันที่สำคัญอัตโนมัติด้วย Conditional Formatting ใน Excel

หมายเหตุ: บทความนี้เขียนและเรียบเรียงโดย AI

← กลับหน้าบทความ
Line