คำนวณอายุจากวันเกิด นับจำนวนวันทำงานที่เหลือของโปรเจกต์ หรือดูว่าพนักงานทำงานมาแล้วกี่ปี ถ้านับด้วยมือโอกาสผิดพลาดสูงมาก Excel มีฟังก์ชันวันที่ที่ช่วยให้งานพวกนี้ง่ายขึ้นเยอะ วันนี้จะพาไปรู้จัก 3 ตัวที่ใช้บ่อยที่สุด
TODAY() ดึงวันที่ปัจจุบันอัตโนมัติ
ฟังก์ชันนี้ไม่ต้องใส่ argument อะไรเลย พิมพ์ =TODAY() แล้ว Excel จะใส่วันที่วันนี้ให้ และอัปเดตให้เองทุกครั้งที่เปิดไฟล์ เหมาะเอาไปใช้ร่วมกับสูตรอื่นที่ต้องอ้างอิงวันที่ปัจจุบัน เช่น คำนวณอายุหรือนับวันที่เหลือ
DATEDIF คำนวณอายุหรือระยะเวลาระหว่างวันที่
ไวยากรณ์คือ =DATEDIF(วันที่เริ่ม, วันที่สิ้นสุด, "หน่วย") โดยหน่วยที่ใช้บ่อยคือ "Y" (ปีเต็ม), "M" (เดือนเต็ม), "D" (จำนวนวัน)
| A | B | C | |
|---|---|---|---|
| 1 | ชื่อ | วันเกิด | อายุ (ปี) |
| 2 | สมชาย | 15/03/2538 | 31 |
| 3 | วราภรณ์ | 02/11/2540 | 28 |
💡 ข้อสังเกต: DATEDIF เป็นฟังก์ชันที่ Excel ไม่ขึ้น autocomplete ให้เวลาพิมพ์ (ฟังก์ชันลับที่ยังใช้งานได้จริง) ต้องพิมพ์ชื่อฟังก์ชันให้ถูกต้องเองทั้งหมด
NETWORKDAYS นับวันทำงาน ไม่รวมเสาร์-อาทิตย์
เหมาะกับงานวางแผนโปรเจกต์ที่ต้องรู้ว่าเหลือ “วันทำงานจริง” กี่วัน (ไม่นับวันหยุดสุดสัปดาห์)
| A | B | C | |
|---|---|---|---|
| 1 | วันเริ่มงาน | วันส่งงาน | วันทำงาน |
| 2 | 04/08/2569 | 14/08/2569 | 9 |
ถ้าต้องการไม่นับวันหยุดนักขัตฤกษ์ด้วย ใช้ =NETWORKDAYS(A2,B2,วันหยุด) โดยระบุช่วงเซลล์ที่รวมรายการวันหยุดเพิ่มเป็น argument ที่ 3
ข้อควรระวังเวลาใช้สูตรวันที่
- รูปแบบวันที่ต้องเป็น Date จริง: ถ้าเซลล์เก็บวันที่เป็นข้อความ (Text) สูตรจะคำนวณผิดหรือ error ให้เช็คด้วยการดูว่าตัวเลขชิดขวาเซลล์หรือไม่ (ถ้าชิดซ้ายแปลว่ายังเป็น Text อยู่)
- DATEDIF วันที่เริ่มต้องมาก่อนวันที่สิ้นสุดเสมอ: ถ้าใส่สลับกัน สูตรจะขึ้น
#NUM!
สรุป
TODAY, DATEDIF และ NETWORKDAYS ช่วยให้งานที่เกี่ยวกับวันที่แม่นยำขึ้นมาก ไม่ต้องนับด้วยมือให้เสี่ยงผิด ถ้าอยากปูพื้นฐานสูตรอื่นๆ เพิ่มเติม อ่านต่อได้ที่ 10 สูตร Excel พื้นฐานที่ต้องรู้ไว้ใช้ทำงานประจำวัน หรือลองไฮไลต์วันที่สำคัญอัตโนมัติด้วย Conditional Formatting ใน Excel