หน้าแรก › บทความ › Windows
Windows

ดูรหัส Wi-Fi ที่เคยเชื่อมต่อไว้ใน Windows 11 ลืมรหัสก็หาเจอ พร้อมวิธีแชร์ให้คนอื่น

เผยแพร่ 04 พ.ย. 69

มีคนมาขอรหัส Wi-Fi บ้าน แต่เราลืมไปแล้วว่าตั้งไว้ว่าอะไร สติกเกอร์หลังเราเตอร์ก็ลอกหาย? ข่าวดีคือถ้าคอมพิวเตอร์เครื่องไหนเคยเชื่อมต่อ Wi-Fi เครือข่ายนั้นไว้ Windows 11 จะ จำรหัสไว้ให้ทั้งหมด เหมือนสมุดโทรศัพท์ที่จดไว้แล้ว เพียงแต่เราต้องรู้ว่าไปเปิดดูตรงไหน บทความนี้รวมวิธีดูรหัสที่ทำได้จริงบน Windows 11 ตั้งแต่วิธีง่ายสุดในหน้า Settings ไปจนถึงวิธีสำรองสำหรับเครือข่ายเก่าๆ

ก่อนเริ่ม: ต้องรู้ 3 ข้อนี้

ข้อ รายละเอียด
1 ดูได้เฉพาะเครือข่ายที่เครื่องนี้ เคยเชื่อมต่อแล้วและบันทึกไว้ เท่านั้น ไม่สามารถดูรหัส Wi-Fi ของเครือข่ายที่ไม่เคยเชื่อมต่อได้
2 เป็นการดูรหัสของเครือข่ายที่เรามีสิทธิ์ใช้ เช่น Wi-Fi ที่บ้านหรือของคนในครอบครัว เพื่อใช้กับอุปกรณ์เครื่องใหม่ ไม่ใช่เครื่องมือแกะรหัสของคนอื่น
3 บทความนี้ใช้กับ Windows 11 ชื่อเมนูในหน้า Settings อาจต่างกันเล็กน้อยตามเวอร์ชันของ Windows ที่ติดตั้ง

วิธีที่ 1: ดูจากหน้า Settings (ง่ายที่สุด)

วิธีนี้ใช้ได้กับเครือข่ายที่ กำลังเชื่อมต่ออยู่ตอนนี้ และเครือข่ายที่เคยบันทึกไว้ในเครื่อง

ขั้นตอน วิธีทำ
1 กดปุ่ม Windows + I เพื่อเปิด Settings
2 เลือก Network & internet (เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต) ที่เมนูซ้าย
3 ถ้าเชื่อมต่ออยู่กับ Wi-Fi ที่ต้องการ ให้เลือก Properties ของเครือข่ายนั้น หรือเลือก Wi-Fi → Manage known networks แล้วคลิกชื่อเครือข่ายที่ต้องการดู
4 หาบรรทัด Wi-Fi network password แล้วกดปุ่ม Show รหัสผ่านจะปรากฏขึ้นมาทันที

ภาพด้านล่างจาก Microsoft Support แสดงหน้า Manage known networks ที่มีปุ่ม Show อยู่ในกรอบสีแดง

หน้า Settings ใน Windows 11 Wi-Fi Manage known networks มีปุ่ม Show ถัดจาก Wi-Fi network password

ภาพประกอบ: Microsoft Support

ถ้าเปิดหน้านี้ไม่เจอ ลองคลิกไอคอนเครือข่ายที่มุมขวาล่างของแถบงาน เพื่อเปิด Quick Settings แล้วกดลูกศรข้างปุ่ม Wi-Fi (Manage Wi-Fi connections) ก็จะเข้าสู่รายการเครือข่ายได้เร็วขึ้น (ดูภาพรวมของแผงนี้ได้ที่ Quick Settings ใน Windows 11)

แผง Quick Settings ใน Windows 11 กรอบแดงชี้ลูกศรข้างปุ่ม Wi-Fi สำหรับ Manage Wi-Fi connections

ภาพประกอบ: Microsoft Support

บน Windows เวอร์ชันใหม่ เมื่อกดแสดงรหัส อาจมี QR Code ปรากฏให้ด้วย เพื่อนหรืออุปกรณ์เครื่องอื่นสามารถสแกนเพื่อเชื่อมต่อ Wi-Fi ได้โดยไม่ต้องพิมพ์รหัสเอง ซึ่งสะดวกเวลาต้องแชร์ให้แขกที่มาบ้าน

วิธีที่ 2: ใช้ Control Panel (สำหรับเครือข่ายที่ต่ออยู่ตอนนี้)

ถ้าหน้า Settings ไม่มีปุ่ม Show ในเครื่องของเรา ยังมีหน้าต่างแบบคลาสสิกให้ใช้แทนได้ ซึ่งใช้ดูได้เฉพาะ Wi-Fi ที่เชื่อมต่ออยู่ในขณะนั้น

ขั้นตอน วิธีทำ
1 กด Windows + R พิมพ์ ncpa.cpl แล้วกด Enter เพื่อเปิดหน้าต่าง Network Connections
2 ดับเบิลคลิกที่ไอคอน Wi-Fi เพื่อเปิดหน้าต่างสถานะ
3 กดปุ่ม Wireless Properties แล้วไปที่แท็บ Security
4 ติ๊กช่อง Show characters รหัสจะปรากฏในช่อง Network security key

วิธีที่ 3: ใช้คำสั่งใน Terminal (ดูรหัสของเครือข่ายเก่าที่เคยต่อไว้)

เหมาะกับกรณีที่ต้องการรหัสของเครือข่ายที่เคยเชื่อมต่อในอดีตแต่ตอนนี้ไม่ได้ต่ออยู่ เช่น Wi-Fi บ้านญาติ

ขั้นตอน วิธีทำ
1 คลิกขวาที่ปุ่ม Start เลือก Terminal (ถ้าขั้นต่อไปไม่แสดงรหัส ให้เปิดแบบ Run as administrator)
2 พิมพ์ netsh wlan show profiles เพื่อดูรายชื่อ Wi-Fi ทั้งหมดที่เครื่องบันทึกไว้
3 พิมพ์ netsh wlan show profile name="ชื่อเครือข่าย" key=clear โดยแทนที่ชื่อเครือข่ายด้วยชื่อที่ต้องการ
4 เลื่อนดูหัวข้อ Security settings บรรทัด Key Content คือรหัสผ่านของเครือข่ายนั้น

เครื่องมือ Terminal ยังมีประโยชน์ในการใช้งานด้านอื่นด้วย ศึกษาเพิ่มได้ที่ รู้จัก Terminal ใน Windows 11

ถ้าหาไม่เจอจริงๆ ควรทำอย่างไร

ตัวอย่างใช้งานจริง

ซื้อโน้ตบุ๊กเครื่องใหม่มาใช้ที่บ้าน แต่จำรหัส Wi-Fi ไม่ได้เพราะตั้งไว้เมื่อสองปีก่อน เปิดคอมเครื่องเก่าที่ยังต่อ Wi-Fi บ้านอยู่ เข้า Settings → Network & internet → Wi-Fi → Manage known networks เลือกชื่อ Wi-Fi บ้าน กด Show แล้วจดรหัสหรือให้เครื่องใหม่สแกน QR Code ได้เลย ไม่ต้องไปรื้อหาสติกเกอร์หลังเราเตอร์ หรือโทรหาช่างอินเทอร์เน็ตให้เสียเวลา

ข้อควรรู้เรื่องความปลอดภัย

สรุป

รหัส Wi-Fi ที่เคยเชื่อมต่อแล้วไม่ได้หายไปไหน Windows 11 เก็บไว้ให้ในเครื่อง วิธีง่ายสุดคือ Settings → Network & internet → Manage known networks → Show ส่วนวิธีผ่าน Control Panel หรือคำสั่ง netsh เป็นทางเลือกสำรอง จดรหัสไว้ในที่ปลอดภัย หรือเก็บไว้ในตัวจัดการรหัสผ่าน จะได้ไม่ต้องลุ้นทุกครั้งที่ซื้ออุปกรณ์ใหม่

หมายเหตุ: บทความนี้เขียนและเรียบเรียงโดย AI

← กลับหน้าบทความ
Line