หน้าแรก › บทความ › Microsoft
Microsoft

ทำตารางรายรับรายจ่ายครัวเรือนด้วย Excel ทีละขั้น พร้อมสูตรสรุปยอดรายเดือนอัตโนมัติ

เผยแพร่ 03 พ.ย. 69

เคยจดรายจ่ายลงสมุดแล้วสุดเดือนต้องนั่งกดเครื่องคิดเลขบวกทีละบรรทัดไหมครับ? ตาราง Excel ที่เราจะทำในบทความนี้เปรียบเหมือน สมุดบัญชีที่คิดเลขให้เอง แค่พิมพ์รายการลงไปทีละบรรทัด ยอดรวม ยอดคงเหลือ และสัดส่วนว่าเงินหมดไปกับหมวดไหนมากสุดจะอัปเดตให้อัตโนมัติ ไม่ต้องเขียนมาโคร ไม่ต้องใช้ฟีเจอร์ซับซ้อน ใช้แค่ Table, Dropdown และสูตร SUMIFS ที่ทำตามได้ภายในประมาณ 30 นาที

ภาพรวม: ตารางนี้ประกอบด้วยอะไรบ้าง

เราจะแบ่งไฟล์เป็น 3 ชีต แต่ละชีตมีหน้าที่ชัดเจน ไม่ปนกัน ทำให้แก้ไขและขยายต่อได้ง่าย

ชีต หน้าที่ ใครกรอก
บันทึก เก็บรายการรับ-จ่ายทุกบรรทัด เรียงตามวันที่ (ตารางหลัก) เรากรอกเองทุกวัน
สรุป รวมรายรับ รายจ่าย คงเหลือ อัตราการออม และเทียบงบแต่ละหมวด สูตรคำนวณให้อัตโนมัติ
ตั้งค่า เก็บรายชื่อหมวดหมู่ไว้ใช้เป็นตัวเลือกใน Dropdown กรอกครั้งเดียวตอนเริ่ม

ขั้นตอนที่ 1: สร้างชีต “บันทึก” ให้เป็น Table

เริ่มจากชีตแรกก่อน พิมพ์หัวคอลัมน์ 5 ช่องในแถวที่ 1 ได้แก่ วันที่ | หมวด | รายการ | รายรับ | รายจ่าย จากนั้นแปลงให้เป็น Table เพื่อให้ Excel ขยายสูตรและรูปแบบให้เองทุกครั้งที่เราเพิ่มบรรทัดใหม่

ขั้นตอน วิธีทำ
1 พิมพ์หัวคอลัมน์ในแถวที่ 1 แล้วกรอกรายการตัวอย่างสัก 2–3 บรรทัด
2 คลิกเซลล์ใดก็ได้ในข้อมูล แล้วกด Ctrl + T ติ๊ก “ตารางของฉันมีส่วนหัว” แล้วกด OK
3 ไปที่แท็บ Table Design ช่อง Table Name ด้านซ้ายสุด ตั้งชื่อเป็น Log (ใช้ชื่อสั้นๆ ภาษาอังกฤษ เพราะต้องพิมพ์ในสูตรบ่อย)
4 ลากเลือกคอลัมน์ D–E ไปที่ Home → กลุ่ม Number → ปุ่ม Comma Style (,) เพื่อให้ตัวเลขมีจุลภาคคั่นหลักพัน
5 เลือกคอลัมน์ A ตั้งรูปแบบเป็นวันที่ (Home → Number → Short Date) เวลาพิมพ์วันที่วันนี้ ให้กด Ctrl + ; ได้เลย

ข้อสำคัญที่คนมักพลาด: ต้องให้ Excel มองคอลัมน์วันที่เป็น วันที่จริง ไม่ใช่ข้อความ ถ้าพิมพ์แล้วตัวเลขชิดขวาของช่อง แปลว่าเป็นวันที่ที่ถูกต้อง แต่ถ้าชิดซ้าย แปลว่า Excel มองเป็นข้อความ สูตรสรุปรายเดือนจะนับไม่เจอ ให้พิมพ์ใหม่ในรูปแบบ วัน/เดือน/ปี ตามที่เครื่องตั้งไว้ (ปี ค.ศ. หรือ พ.ศ. ก็ได้ แต่ต้องใช้แบบเดียวกันทั้งตารางและเซลล์เดือนในชีตสรุป)

ขั้นตอนที่ 2: ทำ Dropdown เลือกหมวดหมู่ ไม่ต้องพิมพ์เอง

ถ้าพิมพ์ชื่อหมวดเองทุกครั้ง สักพักจะเจอทั้ง “อาหาร”, “อาหาร ” (มีเว้นวรรคท้าย), “ค่าอาหาร” ปนกันจนสูตรรวมยอดไม่ครบ ทางแก้คือทำ Dropdown ให้เลือกจากรายการที่กำหนดไว้ (รายละเอียดของฟีเจอร์นี้อ่านเพิ่มได้ที่ สร้าง Dropdown List ใน Excel ด้วย Data Validation)

ขั้นตอน วิธีทำ
1 สร้างชีตใหม่ตั้งชื่อ ตั้งค่า พิมพ์หัวข้อ “หมวด” ที่ A1 แล้วพิมพ์หมวดลงมาที่ A2 ลงไป เช่น เงินเดือน, ที่อยู่อาศัย, อาหาร, เดินทาง, สาธารณูปโภค, บันเทิง, ผ่อนชำระ, ครอบครัว, อื่นๆ
2 กลับมาที่ชีตบันทึก เลือกช่องข้อมูลของคอลัมน์ หมวด ทั้งหมด (ตั้งแต่แถว 2 ลงไป)
3 ไปที่แท็บ Data → Data Validation ที่ช่อง Allow เลือก List
4 ที่ช่อง Source ให้คลิกแล้วลากเลือกรายชื่อหมวดในชีตตั้งค่า (A2:A10) กด OK

จากนี้เวลาคลิกช่องหมวด จะมีลูกศรลงให้เลือกหมวดจากรายการได้ทันที ดังภาพ

ตาราง Excel ชีตบันทึก แสดง Dropdown เลือกหมวดหมู่รายจ่าย

ภาพจำลองหน้าตา Excel เพื่อประกอบการอธิบาย (ไม่ใช่สกรีนช็อตจริงจาก Microsoft)

ส่วนข้อดีของการใช้ Table (จากขั้นตอนที่ 1) คือ พอเราพิมพ์บรรทัดใหม่ต่อท้าย Table จะขยายตัวเอง และ Dropdown กับรูปแบบตัวเลขก็ตามมาด้วยโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องลากสูตรหรือคัดลอกรูปแบบซ้ำ (อ่านเพิ่มเรื่อง Format as Table)

ขั้นตอนที่ 3: สร้างชีต “สรุป” ให้คิดเลขอัตโนมัติ

ชีตนี้เป็นหัวใจของตาราง เราจะให้เลือกเดือนที่อยากดูไว้ที่เซลล์ B1 แล้วให้สูตร SUMIFS ไปค้นข้อมูลในตาราง Log เฉพาะวันที่อยู่ในเดือนนั้น

เซลล์ ใส่อะไร สูตร
A1 / B1 เดือนที่ต้องการดู พิมพ์เป็นวันที่ 1 ของเดือน เช่น 1/10/2026 แล้วตั้งรูปแบบเซลล์เป็น mmm yyyy พิมพ์ค่าเอง
B3 รายรับรวม รวมคอลัมน์รายรับของเดือนนั้น =SUMIFS(Log[รายรับ],Log[วันที่],">="&$B$1,Log[วันที่],"<"&EDATE($B$1,1))
B4 รายจ่ายรวม รวมคอลัมน์รายจ่ายของเดือนนั้น =SUMIFS(Log[รายจ่าย],Log[วันที่],">="&$B$1,Log[วันที่],"<"&EDATE($B$1,1))
B5 คงเหลือ รายรับ ลบ รายจ่าย =B3-B4
B6 อัตราการออม สัดส่วนเงินที่เหลือเทียบกับรายรับ (ตั้งรูปแบบเป็น %) =IFERROR(B5/B3,0)

อธิบายสูตรให้เห็นภาพ: SUMIFS คือการรวมตัวเลขเฉพาะแถวที่ตรงเงื่อนไข เงื่อนไขของเราคือ “วันที่ต้องมากกว่าหรือเท่ากับวันที่ 1 ของเดือน” และ “ต้องน้อยกว่าวันที่ 1 ของเดือนถัดไป” ส่วน EDATE($B$1,1) คือคำสั่งเลื่อนวันที่ไปอีก 1 เดือน (เรียนรู้เพิ่มที่ ฟังก์ชัน EDATE และ COUNTIFS และ SUMIFS) ที่ใช้ IFERROR ครอบสูตรอัตราการออม ก็เพื่อกันข้อความ #DIV/0! ตอนเดือนที่ยังไม่มีรายรับ

ขั้นตอนที่ 4: สรุปรายจ่ายแยกหมวด และเทียบกับงบ

ใต้ตารางสรุปด้านบน ให้ทำตารางเล็กอีกชุดเริ่มที่แถว 8 หัวคอลัมน์ หมวด | ใช้จริง | งบ | เหลือ | สถานะ พิมพ์ชื่อหมวดรายจ่ายลงในคอลัมน์ A (ไม่ต้องใส่ “เงินเดือน” เพราะเป็นรายรับ) จากนั้นใส่สูตรดังนี้ที่แถว 9 แล้วลากลงไปจนครบหมวด

คอลัมน์ สูตร (แถว 9) ความหมาย
B ใช้จริง =SUMIFS(Log[รายจ่าย],Log[หมวด],$A9,Log[วันที่],">="&$B$1,Log[วันที่],"<"&EDATE($B$1,1)) รวมรายจ่ายของหมวดนี้ในเดือนที่เลือก
C งบ พิมพ์ตัวเลขงบที่ตั้งไว้เอง เช่น อาหารไม่เกินเดือนละ 5,000
D เหลือ =C9-B9 ถ้าติดลบแปลว่าใช้เกินงบ
E สถานะ =IF(B9>C9,"เกินงบ","ปกติ") ขึ้นข้อความบอกสถานะให้อ่านง่าย

เพื่อให้เห็นทันทีว่าหมวดไหนเกินงบ ให้เลือกคอลัมน์ E แล้วไปที่ Home → Conditional Formatting → Highlight Cells Rules → Text that Contains พิมพ์ “เกินงบ” เลือกสีแดง ส่วนใครอยากให้ตัวเลขรายจ่ายมีแถบสีเทียบความยาว ลองใช้ Data Bars กับคอลัมน์ B ได้

ชีตสรุปรายรับรายจ่ายใน Excel มีสูตร SUMIFS ตารางเทียบงบ และกราฟแท่งรายจ่ายแยกหมวด

ภาพจำลองหน้าตา Excel เพื่อประกอบการอธิบาย (ไม่ใช่สกรีนช็อตจริงจาก Microsoft)

ขั้นตอนที่ 5: เพิ่มกราฟให้เห็นภาพรวมในพริบตา

ตัวเลขอย่างเดียวบางครั้งอ่านยาก ลองเพิ่มกราฟแท่งไว้ข้างตารางสรุป ใช้เวลาไม่ถึงนาที

ขั้นตอน วิธีทำ
1 ลากเลือกคอลัมน์ หมวด และ ใช้จริง (A8:B16) ในตารางเทียบงบ
2 ไปที่แท็บ Insert → Recommended Charts หรือเลือกกราฟแท่งแนวนอน (Bar Chart) จากกลุ่ม Charts
3 ลากกราฟไปวางข้างตาราง ตั้งชื่อกราฟ เช่น “รายจ่ายแยกตามหมวด”

เมื่อเปลี่ยนเดือนที่ B1 กราฟจะเปลี่ยนตามทันที เพราะผูกอยู่กับสูตรในตารางสรุป

ตัวอย่างใช้งานจริง: ครอบครัวสองคน เดือนตุลาคม

สมมติบ้านหนึ่งมีรายรับ 50,000 บาท (เงินเดือนสองคน 28,000 และ 22,000) รายจ่ายทั้งเดือนรวม 30,480 บาท แบ่งเป็นค่าเช่าห้อง 9,500 ค่าผ่อนรถ 8,500 ค่าอาหาร 4,890 ค่าเลี้ยงดูพ่อแม่ 3,000 ที่เหลือเป็นค่าสาธารณูปโภค เดินทาง บันเทิง และอื่นๆ ตารางจะสรุปให้ทันทีว่า เหลือ 19,520 บาท คิดเป็นอัตราการออม 39% และเห็นจากสถานะว่าหมวด “อื่นๆ” ใช้เกินงบ 450 บาท ซึ่งเป็นสัญญาณให้ทบทวนว่าค่าของใช้จิปาถะเดือนนี้ซื้ออะไรเกินจำเป็นหรือเปล่า

ถ้าอยากรู้ย้อนหลังว่าเดือนก่อนหน้าเป็นอย่างไร ไม่ต้องเปิดไฟล์ใหม่ แค่เปลี่ยนวันที่ในเซลล์ B1 เป็นวันที่ 1 ของเดือนนั้น ตารางสรุปและกราฟจะเปลี่ยนตามทั้งหมด เพราะข้อมูลทุกเดือนเก็บอยู่ในชีตบันทึกชีตเดียวกัน

ข้อควรรู้และเคล็ดลับเพิ่มเติม

สรุป

ตารางรายรับรายจ่ายที่ดีไม่ต้องซับซ้อน แค่แยกให้ชัดว่าชีตไหนไว้กรอก ชีตไหนไว้สรุป ใช้ Table ให้ข้อมูลขยายเอง ใช้ Dropdown กันพิมพ์หมวดผิด แล้วใช้ SUMIFS ให้ Excel คิดเลขแทนเรา เมื่อเริ่มกรอกต่อเนื่องสัก 2–3 เดือน จะเห็นภาพชัดเจนว่าเงินไปไหนบ้าง และตั้งเป้าออมได้จริงจังขึ้นมาก ลองเริ่มจากเดือนนี้ดูได้เลยครับ

หมายเหตุ: บทความนี้เขียนและเรียบเรียงโดย AI

← กลับหน้าบทความ
Line