หน้าแรก › บทความ › Microsoft
Microsoft

SIGN ใน Excel เช็คเครื่องหมายบวก ลบ ศูนย์ ในคลิกเดียว

เผยแพร่ 26 ต.ค. 69

เวลาดูงบรายรับ-รายจ่ายหรือผลต่างของตัวเลขจำนวนมาก บางทีอยากรู้แค่ว่าค่านั้น “เป็นบวกหรือลบ” โดยไม่สนใจขนาดตัวเลข สูตร SIGN ช่วยตอบคำถามนี้ได้ในคลิกเดียว

SIGN คืออะไร ใช้ยังไง

SIGN คือสูตรที่เช็คเครื่องหมายของตัวเลข แล้วคืนค่าออกมาเป็น 3 แบบเท่านั้น

ค่าที่คืน ความหมาย
1 ตัวเลขเป็นบวก
-1 ตัวเลขเป็นลบ
0 ตัวเลขเท่ากับศูนย์

รูปแบบสูตรคือ =SIGN(number)

C2fx=SIGN(B2)
A B C
1 เดือน กำไร/ขาดทุน (บาท) ผลลัพธ์ SIGN
2 ม.ค. -3,200 -1
3 ก.พ. 5,800 1
4 มี.ค. 0 0

จากตัวอย่าง เดือน ม.ค. ขาดทุน 3,200 บาท SIGN จึงคืนค่า -1 ส่วนเดือน ก.พ. กำไรจึงได้ 1 และเดือน มี.ค. เท่าทุนพอดีจึงได้ 0

ใช้ร่วมกับ IF เพื่อแสดงข้อความแทนตัวเลข

ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเอาผลลัพธ์ 1/-1/0 ไปใช้ตรงๆ แต่จะนำไปต่อกับ IF เพื่อแปลงเป็นข้อความอ่านง่าย

D2fx=IF(SIGN(B2)=-1,"ขาดทุน",IF(SIGN(B2)=1,"กำไร","เท่าทุน"))
B D
1 กำไร/ขาดทุน สถานะ
2 -3,200 ขาดทุน
3 5,800 กำไร

SIGN ต่างจากการเช็คด้วย IF ตรงๆ ยังไง

เขียน =IF(B2<0,"ขาดทุน","กำไร") ก็ได้ผลคล้ายกัน แต่ SIGN จะสะดวกกว่าเมื่อต้องเทียบเครื่องหมายของตัวเลขหลายค่าพร้อมกันในสูตรเดียว เช่น เช็คว่าตัวเลข 2 คอลัมน์มีเครื่องหมายตรงกันหรือสลับกันหรือไม่ ด้วย =SIGN(B2)=SIGN(C2) ซึ่งเขียนด้วย IF ตรงๆ จะยาวและอ่านยากกว่ามาก

ตัวอย่างใช้งานจริง: เช็คว่ายอดเทียบเดือนก่อนหน้าโตขึ้นหรือลดลง

D2fx=SIGN(B2-C2)
B C D
1 ยอดเดือนนี้ ยอดเดือนก่อน แนวโน้ม
2 4,500 5,000 -1
3 6,200 5,000 1

นำผลลัพธ์ -1/1 ไปต่อกับ Conditional Formatting หรือสัญลักษณ์ลูกศรขึ้น-ลงได้ทันที โดยไม่ต้องสนใจว่าตัวเลขต่างกันเท่าไหร่

สรุป

SIGN เหมาะกับงานที่สนใจแค่ทิศทางของตัวเลข ไม่ใช่ขนาด เช่น เช็คกำไร-ขาดทุน แนวโน้มขึ้น-ลง หรือเทียบเครื่องหมายระหว่างสองค่า ใช้ร่วมกับ IF จะแปลงผลลัพธ์เป็นข้อความอ่านง่ายได้ทันที

หมายเหตุ: บทความนี้เขียนและเรียบเรียงโดย AI

← กลับหน้าบทความ
Line