เวลาดูงบรายรับ-รายจ่ายหรือผลต่างของตัวเลขจำนวนมาก บางทีอยากรู้แค่ว่าค่านั้น “เป็นบวกหรือลบ” โดยไม่สนใจขนาดตัวเลข สูตร SIGN ช่วยตอบคำถามนี้ได้ในคลิกเดียว
SIGN คืออะไร ใช้ยังไง
SIGN คือสูตรที่เช็คเครื่องหมายของตัวเลข แล้วคืนค่าออกมาเป็น 3 แบบเท่านั้น
| ค่าที่คืน | ความหมาย |
| 1 | ตัวเลขเป็นบวก |
| -1 | ตัวเลขเป็นลบ |
| 0 | ตัวเลขเท่ากับศูนย์ |
รูปแบบสูตรคือ =SIGN(number)
=SIGN(B2)| A | B | C | |
|---|---|---|---|
| 1 | เดือน | กำไร/ขาดทุน (บาท) | ผลลัพธ์ SIGN |
| 2 | ม.ค. | -3,200 | -1 |
| 3 | ก.พ. | 5,800 | 1 |
| 4 | มี.ค. | 0 | 0 |
จากตัวอย่าง เดือน ม.ค. ขาดทุน 3,200 บาท SIGN จึงคืนค่า -1 ส่วนเดือน ก.พ. กำไรจึงได้ 1 และเดือน มี.ค. เท่าทุนพอดีจึงได้ 0
ใช้ร่วมกับ IF เพื่อแสดงข้อความแทนตัวเลข
ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเอาผลลัพธ์ 1/-1/0 ไปใช้ตรงๆ แต่จะนำไปต่อกับ IF เพื่อแปลงเป็นข้อความอ่านง่าย
=IF(SIGN(B2)=-1,"ขาดทุน",IF(SIGN(B2)=1,"กำไร","เท่าทุน"))| B | D | |
|---|---|---|
| 1 | กำไร/ขาดทุน | สถานะ |
| 2 | -3,200 | ขาดทุน |
| 3 | 5,800 | กำไร |
SIGN ต่างจากการเช็คด้วย IF ตรงๆ ยังไง
เขียน =IF(B2<0,"ขาดทุน","กำไร") ก็ได้ผลคล้ายกัน แต่ SIGN จะสะดวกกว่าเมื่อต้องเทียบเครื่องหมายของตัวเลขหลายค่าพร้อมกันในสูตรเดียว เช่น เช็คว่าตัวเลข 2 คอลัมน์มีเครื่องหมายตรงกันหรือสลับกันหรือไม่ ด้วย =SIGN(B2)=SIGN(C2) ซึ่งเขียนด้วย IF ตรงๆ จะยาวและอ่านยากกว่ามาก
ตัวอย่างใช้งานจริง: เช็คว่ายอดเทียบเดือนก่อนหน้าโตขึ้นหรือลดลง
=SIGN(B2-C2)| B | C | D | |
|---|---|---|---|
| 1 | ยอดเดือนนี้ | ยอดเดือนก่อน | แนวโน้ม |
| 2 | 4,500 | 5,000 | -1 |
| 3 | 6,200 | 5,000 | 1 |
นำผลลัพธ์ -1/1 ไปต่อกับ Conditional Formatting หรือสัญลักษณ์ลูกศรขึ้น-ลงได้ทันที โดยไม่ต้องสนใจว่าตัวเลขต่างกันเท่าไหร่
สรุป
SIGN เหมาะกับงานที่สนใจแค่ทิศทางของตัวเลข ไม่ใช่ขนาด เช่น เช็คกำไร-ขาดทุน แนวโน้มขึ้น-ลง หรือเทียบเครื่องหมายระหว่างสองค่า ใช้ร่วมกับ IF จะแปลงผลลัพธ์เป็นข้อความอ่านง่ายได้ทันที