หน้าแรก บทความ Microsoft
Microsoft

สูตร LARGE และ SMALL ใน Excel หาค่าสูงสุด-ต่ำสุดอันดับที่ต้องการ

เผยแพร่ 13 ส.ค. 69

เวลาต้องหาค่ายอดขายสูงสุดอันดับ 2 หรือคะแนนสอบต่ำสุดอันดับ 3 ของห้อง หลายคนมักติดกับดักว่าต้องเรียงข้อมูลก่อนแล้วค่อยนับเอาเอง ทั้งที่ Excel มีสูตรสำเร็จรูปสำหรับงานแบบนี้อยู่แล้วคือ LARGE และ SMALL บทความนี้จะพาไปดูวิธีใช้งานพร้อมตัวอย่างจำลองให้เห็นภาพจริง

LARGE และ SMALL คืออะไร ต่างจาก MAX/MIN ยังไง

หลายคนคุ้นเคยกับ MAX และ MIN ที่หาค่ามากที่สุด/น้อยที่สุดในชุดข้อมูลได้อยู่แล้ว แต่ปัญหาคือ MAX/MIN หาได้แค่ “อันดับ 1” เท่านั้น ถ้าอยากรู้ค่าสูงสุดอันดับ 2 หรืออันดับ 3 จะทำต่อไม่ได้ตรงๆ นี่คือจุดที่ LARGE และ SMALL เข้ามาช่วย เพราะสามารถระบุ “อันดับที่” ต้องการได้เอง

สูตร ทำอะไร
MAX / MIN หาค่ามากที่สุด/น้อยที่สุด ได้เฉพาะอันดับ 1 เท่านั้น
LARGE หาค่ามากที่สุดอันดับที่ k (เลือกอันดับได้เอง เช่น อันดับ 2, 3, …)
SMALL หาค่าน้อยที่สุดอันดับที่ k (เลือกอันดับได้เอง เช่นเดียวกัน)

Syntax ของสูตร LARGE และ SMALL

ทั้งสองสูตรมีรูปแบบเหมือนกัน ต่างกันแค่ทิศทางว่าจะนับจากค่ามากไปน้อย หรือน้อยไปมาก

=LARGE(array, k) หาค่ามากที่สุดอันดับที่ k ในช่วงข้อมูล array

=SMALL(array, k) หาค่าน้อยที่สุดอันดับที่ k ในช่วงข้อมูล array

โดย array คือช่วงเซลล์ที่มีข้อมูลตัวเลข ส่วน k คืออันดับที่ต้องการ เช่น ใส่ 1 จะได้ค่าสูงสุด/ต่ำสุดอันดับแรก ใส่ 2 จะได้อันดับสอง ไล่ไปเรื่อยๆ

ตัวอย่างใช้งานจริง: หายอดขายสูงสุดของธุรกิจเล็กๆ ที่บ้าน

สมมติมีตารางยอดขายรายวันของร้านค้าออนไลน์เล็กๆ ที่บ้าน อยากรู้ว่าวันไหนขายดีที่สุด (อันดับ 1) ใช้ LARGE ระบุอันดับ 1 ได้ตรงๆ

D2fx=LARGE(B2:B6,1)
A B D
1 วันที่ ยอดขาย ยอดขายสูงสุด
2 1 ส.ค. 3,200 5,800
3 2 ส.ค. 4,500
4 3 ส.ค. 5,800
5 4 ส.ค. 2,100
6 5 ส.ค. 4,900

ผลลัพธ์คือ 5,800 ซึ่งเป็นยอดขายสูงสุดในช่วงข้อมูลนี้ (ตรงกับวันที่ 3 ส.ค.) จุดนี้ยังใช้ MAX แทนก็ได้ผลเหมือนกัน แต่ปัญหาจะเกิดตอนอยากรู้อันดับถัดไป

ตัวอย่างใช้งานจริง: หายอดขายสูงสุดอันดับ 2 และ 3

ถ้าอยากรู้ยอดขายสูงสุดอันดับ 2 และ 3 จากตารางเดิม แค่เปลี่ยนค่า k ในสูตร โดยไม่ต้องเรียงข้อมูลใหม่เลย

D3fx=LARGE(B2:B6,2)
A B D
1 วันที่ ยอดขาย อันดับ
2 ยอดขายสูงสุดอันดับ 1 5,800
3 ยอดขายสูงสุดอันดับ 2 4,900
4 ยอดขายสูงสุดอันดับ 3 4,500

จะเห็นว่าแค่เปลี่ยนตัวเลข k จาก 1 เป็น 2 หรือ 3 สูตรก็ไล่หาค่าสูงสุดในอันดับถัดไปให้ทันที เหมาะมากกับงานสรุปแบบ “Top 3” เช่น หาคะแนนสอบสูงสุด 3 อันดับแรกของห้องเรียน หรือหารายจ่ายที่แพงที่สุด 3 อันดับในบัญชีรายจ่ายประจำเดือน

ตัวอย่างใช้งานจริง: SMALL หาค่าใช้จ่ายที่ถูกที่สุด

ในทางกลับกัน ถ้าอยากรู้ว่ารายการค่าใช้จ่ายไหนถูกที่สุดในบัญชีครัวเรือน ใช้ SMALL แทน โดยหลักการเดียวกันแต่นับจากค่าน้อยไปมาก

D2fx=SMALL(B2:B6,1)
A B D
1 รายการ จำนวนเงิน ค่าใช้จ่ายต่ำสุด
2 ค่าไฟ 1,200 150
3 ค่าน้ำ 150
4 ค่าเน็ต 590
5 ค่าเดินทาง 2,000
6 ค่าอาหาร 4,500

ผลลัพธ์คือ 150 บาท ตรงกับค่าน้ำที่ถูกที่สุดในรายการ ถ้าอยากดูรายจ่ายที่ถูกที่สุดอันดับ 2, 3 ก็แค่เปลี่ยน k เป็น 2, 3 เหมือนตัวอย่างของ LARGE ด้านบน

ข้อควรระวังเวลาใช้ LARGE และ SMALL

มีจุดที่ควรระวังอยู่ 2 เรื่องหลักๆ

1. ถ้า k เกินจำนวนข้อมูลที่มี จะได้ error #NUM! เช่น มีข้อมูลอยู่แค่ 5 แถว แต่ใส่ k เป็น 8 สูตรจะฟ้อง #NUM! ทันที เพราะไม่มีอันดับที่ 8 ให้หา ควรเช็คจำนวนข้อมูลก่อนกำหนดค่า k เสมอ หรือใช้ร่วมกับ COUNT เพื่อกันไม่ให้ k เกินขอบเขต

2. LARGE/SMALL บอกแค่ “ค่า” ไม่บอกว่าเป็นของแถวไหน ถ้าอยากรู้ว่ายอดขายสูงสุดอันดับ 2 เป็นของวันไหน หรือคะแนนสูงสุดอันดับ 3 เป็นของนักเรียนคนไหน ต้องผสมกับ INDEX และ MATCH เพื่อดึงชื่อ/ข้อมูลที่คู่กับอันดับนั้นๆ ออกมาด้วย เช่น =INDEX(A2:A6,MATCH(LARGE(B2:B6,2),B2:B6,0)) จะดึงชื่อในคอลัมน์ A ที่ตรงกับยอดขายสูงสุดอันดับ 2 ในคอลัมน์ B มาให้ทันที (ถ้าอยากเข้าใจหลักการ INDEX+MATCH แบบละเอียด แนะนำให้ฝึกใช้งานคู่กับสูตรพื้นฐานอื่นๆ ใน 10 สูตร Excel พื้นฐานที่ต้องรู้ ก่อน จะเห็นภาพรวมชัดขึ้น)

นอกจากนี้ LARGE และ SMALL ยังใช้ร่วมกับสูตรมีเงื่อนไขอย่าง SUMIF และ COUNTIF ได้ดี เช่น กรองเฉพาะยอดขายของสาขาใดสาขาหนึ่งก่อน แล้วค่อยหาค่าสูงสุด-ต่ำสุดในกลุ่มนั้น ใครยังไม่คุ้นกับสูตรมีเงื่อนไขพวกนี้ อ่านเพิ่มได้ที่ สูตร SUMIF, COUNTIF, IF ใช้ยังไง ต่างกันตรงไหน

สรุป

LARGE และ SMALL คือสูตรที่ช่วยหาค่าสูงสุด-ต่ำสุดในอันดับที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเรียงข้อมูลเองหรือไล่นับทีละแถว เพียงจำรูปแบบ =LARGE(array, k) และ =SMALL(array, k) ก็นำไปปรับใช้กับงานสรุปยอดขาย คะแนนสอบ หรือบัญชีรายจ่ายในบ้านได้ทันที ถ้าอยากต่อยอดเรื่องการปัดเศษตัวเลขที่ได้จากสูตรพวกนี้ให้ดูเป็นระเบียบขึ้น อ่านเพิ่มได้ที่ สูตร ROUND, ROUNDUP, ROUNDDOWN ปัดตัวเลขใน Excel ให้ตรงใจ

หมายเหตุ: บทความนี้เขียนและเรียบเรียงโดย AI

← กลับหน้าบทความ
Line