เวลาต้องหาค่ายอดขายสูงสุดอันดับ 2 หรือคะแนนสอบต่ำสุดอันดับ 3 ของห้อง หลายคนมักติดกับดักว่าต้องเรียงข้อมูลก่อนแล้วค่อยนับเอาเอง ทั้งที่ Excel มีสูตรสำเร็จรูปสำหรับงานแบบนี้อยู่แล้วคือ LARGE และ SMALL บทความนี้จะพาไปดูวิธีใช้งานพร้อมตัวอย่างจำลองให้เห็นภาพจริง
LARGE และ SMALL คืออะไร ต่างจาก MAX/MIN ยังไง
หลายคนคุ้นเคยกับ MAX และ MIN ที่หาค่ามากที่สุด/น้อยที่สุดในชุดข้อมูลได้อยู่แล้ว แต่ปัญหาคือ MAX/MIN หาได้แค่ “อันดับ 1” เท่านั้น ถ้าอยากรู้ค่าสูงสุดอันดับ 2 หรืออันดับ 3 จะทำต่อไม่ได้ตรงๆ นี่คือจุดที่ LARGE และ SMALL เข้ามาช่วย เพราะสามารถระบุ “อันดับที่” ต้องการได้เอง
| สูตร | ทำอะไร |
| MAX / MIN | หาค่ามากที่สุด/น้อยที่สุด ได้เฉพาะอันดับ 1 เท่านั้น |
| LARGE | หาค่ามากที่สุดอันดับที่ k (เลือกอันดับได้เอง เช่น อันดับ 2, 3, …) |
| SMALL | หาค่าน้อยที่สุดอันดับที่ k (เลือกอันดับได้เอง เช่นเดียวกัน) |
Syntax ของสูตร LARGE และ SMALL
ทั้งสองสูตรมีรูปแบบเหมือนกัน ต่างกันแค่ทิศทางว่าจะนับจากค่ามากไปน้อย หรือน้อยไปมาก
=LARGE(array, k) หาค่ามากที่สุดอันดับที่ k ในช่วงข้อมูล array
=SMALL(array, k) หาค่าน้อยที่สุดอันดับที่ k ในช่วงข้อมูล array
โดย array คือช่วงเซลล์ที่มีข้อมูลตัวเลข ส่วน k คืออันดับที่ต้องการ เช่น ใส่ 1 จะได้ค่าสูงสุด/ต่ำสุดอันดับแรก ใส่ 2 จะได้อันดับสอง ไล่ไปเรื่อยๆ
ตัวอย่างใช้งานจริง: หายอดขายสูงสุดของธุรกิจเล็กๆ ที่บ้าน
สมมติมีตารางยอดขายรายวันของร้านค้าออนไลน์เล็กๆ ที่บ้าน อยากรู้ว่าวันไหนขายดีที่สุด (อันดับ 1) ใช้ LARGE ระบุอันดับ 1 ได้ตรงๆ
=LARGE(B2:B6,1)| A | B | D | |
|---|---|---|---|
| 1 | วันที่ | ยอดขาย | ยอดขายสูงสุด |
| 2 | 1 ส.ค. | 3,200 | 5,800 |
| 3 | 2 ส.ค. | 4,500 | |
| 4 | 3 ส.ค. | 5,800 | |
| 5 | 4 ส.ค. | 2,100 | |
| 6 | 5 ส.ค. | 4,900 |
ผลลัพธ์คือ 5,800 ซึ่งเป็นยอดขายสูงสุดในช่วงข้อมูลนี้ (ตรงกับวันที่ 3 ส.ค.) จุดนี้ยังใช้ MAX แทนก็ได้ผลเหมือนกัน แต่ปัญหาจะเกิดตอนอยากรู้อันดับถัดไป
ตัวอย่างใช้งานจริง: หายอดขายสูงสุดอันดับ 2 และ 3
ถ้าอยากรู้ยอดขายสูงสุดอันดับ 2 และ 3 จากตารางเดิม แค่เปลี่ยนค่า k ในสูตร โดยไม่ต้องเรียงข้อมูลใหม่เลย
=LARGE(B2:B6,2)| A | B | D | |
|---|---|---|---|
| 1 | วันที่ | ยอดขาย | อันดับ |
| 2 | ยอดขายสูงสุดอันดับ 1 | 5,800 | |
| 3 | ยอดขายสูงสุดอันดับ 2 | 4,900 | |
| 4 | ยอดขายสูงสุดอันดับ 3 | 4,500 |
จะเห็นว่าแค่เปลี่ยนตัวเลข k จาก 1 เป็น 2 หรือ 3 สูตรก็ไล่หาค่าสูงสุดในอันดับถัดไปให้ทันที เหมาะมากกับงานสรุปแบบ “Top 3” เช่น หาคะแนนสอบสูงสุด 3 อันดับแรกของห้องเรียน หรือหารายจ่ายที่แพงที่สุด 3 อันดับในบัญชีรายจ่ายประจำเดือน
ตัวอย่างใช้งานจริง: SMALL หาค่าใช้จ่ายที่ถูกที่สุด
ในทางกลับกัน ถ้าอยากรู้ว่ารายการค่าใช้จ่ายไหนถูกที่สุดในบัญชีครัวเรือน ใช้ SMALL แทน โดยหลักการเดียวกันแต่นับจากค่าน้อยไปมาก
=SMALL(B2:B6,1)| A | B | D | |
|---|---|---|---|
| 1 | รายการ | จำนวนเงิน | ค่าใช้จ่ายต่ำสุด |
| 2 | ค่าไฟ | 1,200 | 150 |
| 3 | ค่าน้ำ | 150 | |
| 4 | ค่าเน็ต | 590 | |
| 5 | ค่าเดินทาง | 2,000 | |
| 6 | ค่าอาหาร | 4,500 |
ผลลัพธ์คือ 150 บาท ตรงกับค่าน้ำที่ถูกที่สุดในรายการ ถ้าอยากดูรายจ่ายที่ถูกที่สุดอันดับ 2, 3 ก็แค่เปลี่ยน k เป็น 2, 3 เหมือนตัวอย่างของ LARGE ด้านบน
ข้อควรระวังเวลาใช้ LARGE และ SMALL
มีจุดที่ควรระวังอยู่ 2 เรื่องหลักๆ
1. ถ้า k เกินจำนวนข้อมูลที่มี จะได้ error #NUM! เช่น มีข้อมูลอยู่แค่ 5 แถว แต่ใส่ k เป็น 8 สูตรจะฟ้อง #NUM! ทันที เพราะไม่มีอันดับที่ 8 ให้หา ควรเช็คจำนวนข้อมูลก่อนกำหนดค่า k เสมอ หรือใช้ร่วมกับ COUNT เพื่อกันไม่ให้ k เกินขอบเขต
2. LARGE/SMALL บอกแค่ “ค่า” ไม่บอกว่าเป็นของแถวไหน ถ้าอยากรู้ว่ายอดขายสูงสุดอันดับ 2 เป็นของวันไหน หรือคะแนนสูงสุดอันดับ 3 เป็นของนักเรียนคนไหน ต้องผสมกับ INDEX และ MATCH เพื่อดึงชื่อ/ข้อมูลที่คู่กับอันดับนั้นๆ ออกมาด้วย เช่น =INDEX(A2:A6,MATCH(LARGE(B2:B6,2),B2:B6,0)) จะดึงชื่อในคอลัมน์ A ที่ตรงกับยอดขายสูงสุดอันดับ 2 ในคอลัมน์ B มาให้ทันที (ถ้าอยากเข้าใจหลักการ INDEX+MATCH แบบละเอียด แนะนำให้ฝึกใช้งานคู่กับสูตรพื้นฐานอื่นๆ ใน 10 สูตร Excel พื้นฐานที่ต้องรู้ ก่อน จะเห็นภาพรวมชัดขึ้น)
นอกจากนี้ LARGE และ SMALL ยังใช้ร่วมกับสูตรมีเงื่อนไขอย่าง SUMIF และ COUNTIF ได้ดี เช่น กรองเฉพาะยอดขายของสาขาใดสาขาหนึ่งก่อน แล้วค่อยหาค่าสูงสุด-ต่ำสุดในกลุ่มนั้น ใครยังไม่คุ้นกับสูตรมีเงื่อนไขพวกนี้ อ่านเพิ่มได้ที่ สูตร SUMIF, COUNTIF, IF ใช้ยังไง ต่างกันตรงไหน
สรุป
LARGE และ SMALL คือสูตรที่ช่วยหาค่าสูงสุด-ต่ำสุดในอันดับที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเรียงข้อมูลเองหรือไล่นับทีละแถว เพียงจำรูปแบบ =LARGE(array, k) และ =SMALL(array, k) ก็นำไปปรับใช้กับงานสรุปยอดขาย คะแนนสอบ หรือบัญชีรายจ่ายในบ้านได้ทันที ถ้าอยากต่อยอดเรื่องการปัดเศษตัวเลขที่ได้จากสูตรพวกนี้ให้ดูเป็นระเบียบขึ้น อ่านเพิ่มได้ที่ สูตร ROUND, ROUNDUP, ROUNDDOWN ปัดตัวเลขใน Excel ให้ตรงใจ