SLN คิดค่าเสื่อมราคาแบบเส้นตรง เท่ากันทุกปี แต่ทรัพย์สินหลายอย่าง เช่น รถ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร มูลค่าลดเร็วในช่วงแรก Excel มีสูตรคิดแบบ “เร่ง” ให้เลือก 3 แบบ: DDB (ยอดลดลงทวีคูณ), DB (ยอดลดลงคงที่), และ SYD (ผลรวมจำนวนปี)
รูปแบบของสูตร
=DDB(ราคาทุน, ราคาซาก, อายุใช้งาน, งวดที่, [ตัวคูณ]) — ตัวคูณค่าเริ่มต้น 2 (double)
=DB(ราคาทุน, ราคาซาก, อายุใช้งาน, งวดที่, [เดือนในปีแรก])
=SYD(ราคาทุน, ราคาซาก, อายุใช้งาน, งวดที่)
เทียบทั้ง 3 แบบ: ทรัพย์สินราคา 100,000 ซาก 10,000 อายุ 5 ปี
=SYD($C$1, $C$2, $C$3, A2)| A | B | C | D | |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ปีที่ | SLN (เส้นตรง) | SYD | DDB |
| 2 | 1 | 18,000 | 30,000 | 40,000 |
| 3 | 2 | 18,000 | 24,000 | 24,000 |
| 4 | 3 | 18,000 | 18,000 | 14,400 |
| 5 | 4 | 18,000 | 12,000 | 8,640 |
| 6 | 5 | 18,000 | 6,000 | 2,960 |
| 7 | รวม | 90,000 | 90,000 | 90,000 |
ทั้ง 3 วิธีตัดค่าเสื่อมรวมเท่ากันคือ 90,000 บาท (ราคาทุน − ราคาซาก) ต่างกันแค่จังหวะ: DDB ตัดหนักสุดปีแรก (40,000) แล้วลดเร็ว ส่วน SYD เร่งปานกลาง
DDB ทำงานยังไง
DDB คิดจาก อัตรา = ตัวคูณ / อายุ = 2/5 = 40% ต่อปี แล้วคูณกับมูลค่าคงเหลือ (ไม่ใช่ราคาทุน) ปีที่ 1 = 100,000 × 40% = 40,000 ปีที่ 2 = (100,000−40,000) × 40% = 24,000 ไปเรื่อยๆ พอปีสุดท้าย Excel จะจำกัดไม่ให้ตัดต่ำกว่าราคาซาก จึงเหลือแค่ 2,960
SYD ทำงานยังไง
ผลรวมจำนวนปี = 1+2+3+4+5 = 15 ปีที่ 1 ใช้เศษส่วน 5/15 ปีที่ 2 ใช้ 4/15 ลดหลั่นลงมา คูณกับมูลค่าที่ตัดได้ (90,000) ปีที่ 1 = 5/15 × 90,000 = 30,000
เลือกวิธีไหน
| วิธี | ลักษณะ | เหมาะกับ |
| SLN | เท่ากันทุกปี | ทรัพย์สินที่ใช้งานสม่ำเสมอ อาคาร เฟอร์นิเจอร์ |
| SYD | เร่งปานกลาง | อุปกรณ์ที่ประสิทธิภาพลดลงตามอายุ |
| DDB / DB | เร่งมาก | เทคโนโลยี รถยนต์ ที่ตกรุ่น/เสื่อมค่าเร็ว |
ข้อควรรู้
- งวดที่ต้องอยู่ในช่วง 1 ถึงอายุใช้งาน — นอกช่วงจะได้
#NUM! - DB มีอาร์กิวเมนต์ “เดือน” — สำหรับกรณีซื้อทรัพย์สินกลางปี ปีแรกคิดไม่เต็ม 12 เดือน
- DDB อาจตัดไม่ถึงราคาซากพอดี — ถ้าต้องการให้ลงตัว บางคนใช้ VDB หรือสลับไป SLN ในปีท้ายๆ
- วิธีที่กรมสรรพากรยอมรับ — ต่างกันตามประเภททรัพย์สินและกฎหมายภาษี ควรตรวจกับผู้ทำบัญชีก่อนใช้จริง