หน้าแรก บทความ Microsoft
Microsoft

AutoSave กับ AutoRecover ใน Excel ต่างกันยังไง ตั้งให้ปลอดภัย

เผยแพร่ 04 ก.ย. 69

Excel ค้างหรือไฟดับ แล้วงานที่ทำมาชั่วโมงหายหมด — หรือสับสนว่า AutoSave กับ AutoRecover เป็นตัวเดียวกันไหม บทความนี้อธิบายความต่างและวิธีตั้งให้ปลอดภัย

AutoSave กับ AutoRecover ต่างกันยังไง

AutoSave สวิตช์มุมซ้ายบน บันทึกทุกการเปลี่ยนแปลงลงไฟล์แบบเรียลไทม์ — ใช้ได้เฉพาะไฟล์ที่เก็บบน OneDrive / SharePoint ไฟล์ในเครื่องจะเป็นสีเทากดไม่ได้
AutoRecover สำเนากู้คืนเบื้องหลัง สำหรับไฟล์ที่เก็บในเครื่อง บันทึกทุก X นาที พอ Excel ค้างแล้วเปิดใหม่ บาน Document Recovery จะเสนอไฟล์กลับมา

เทียบ AutoSave ที่เป็นสวิตช์มุมซ้ายบนสำหรับไฟล์ OneDrive กับ AutoRecover ในหน้า File Options Save ที่ตั้งบันทึกทุก 10 นาที

ภาพจำลอง: AutoSave = บันทึกสดลง OneDrive, AutoRecover = สำเนากู้คืนสำหรับไฟล์ในเครื่อง

ตั้งค่า AutoRecover ให้ปลอดภัย

1 ไปที่ File > Options > Save
2 ติ๊ก Save AutoRecover information every ___ minutes ตั้ง 5–10 นาที
3 ติ๊ก Keep the last autosaved version if I close without saving
4 (ไม่บังคับ) เปลี่ยน AutoRecover file location ถ้าต้องการ

เปิด AutoSave

เก็บไฟล์บน OneDrive ก่อน Save As > OneDrive
เปิดจาก OneDrive สวิตช์ AutoSave จะเป็น On อัตโนมัติ
อยากลองแก้แบบไม่บันทึกทับ ปิด AutoSave ชั่วคราว แล้ว Save As เป็นชื่อใหม่

ถ้างานหายไปแล้ว

เปิด Excel ใหม่ บาน Document Recovery โผล่เอง เลือกเวอร์ชันล่าสุด
ไม่โผล่ File > Info > Manage Workbook > Recover Unsaved Workbooks
ไฟล์บน OneDrive เปิด Version history กู้เวอร์ชันก่อนหน้า

ข้อควรรู้

AutoRecover ไม่ใช่การเซฟจริง ต้องกด Ctrl + S เองอยู่ดี มันแค่กันตอนฉุกเฉิน ส่วน AutoSave บน OneDrive เขียนทับไฟล์ตลอดเวลา ถ้าเผลอแก้ผิดหลังปิดไฟล์ไปแล้วให้ใช้ Version history ย้อน ไม่ใช่ Ctrl + Z และไฟล์ .xls เก่า กับไฟล์ที่ ป้องกันด้วยรหัส บางแบบ AutoSave จะไม่ทำงาน

สรุป

AutoSave บันทึกสดต้องเก็บไฟล์บน OneDrive AutoRecover เป็นสำเนากู้คืนสำหรับไฟล์ในเครื่อง ตั้งที่ File > Options > Save ให้บันทึกทุก 5–10 นาที และเก็บเวอร์ชันสุดท้ายเมื่อปิดโดยไม่เซฟ — แต่ยังไงก็กด Ctrl + S เองสม่ำเสมอ

หมายเหตุ: บทความนี้เขียนและเรียบเรียงโดย AI

← กลับหน้าบทความ
Line