หน้าแรก › บทความ › Microsoft
Microsoft

SHEETS และ NA ใน Excel สองฟังก์ชันเล็กๆ ที่มีประโยชน์เฉพาะจุด

เผยแพร่ 27 ต.ค. 69

Excel มีฟังก์ชันเล็กๆ อีกหลายตัวที่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้จัก แต่ถ้าเจอสถานการณ์ที่ตรงจุดจะช่วยประหยัดเวลาได้มาก บทความนี้พาไปรู้จัก 2 ฟังก์ชันคือ SHEETS สำหรับนับจำนวนชีต และ NA สำหรับสร้าง Error ตั้งใจ

SHEETS: นับจำนวนชีตทั้งหมดในไฟล์

SHEETS คืนค่าจำนวนชีตทั้งหมดที่มีอยู่ในไฟล์ Excel รูปแบบสูตรคือ =SHEETS() ไม่ต้องใส่พารามิเตอร์ใดๆ ก็นับจำนวนชีตทั้งเวิร์กบุ๊กให้ทันที

A1fx=SHEETS()
A
1 5

ตัวอย่างนี้ไฟล์มีชีตทั้งหมด 5 แผ่น (รวมทั้งชีตที่ซ่อนอยู่ด้วย) SHEETS จึงคืนค่า 5 ประโยชน์หลักคือใช้เช็คแบบเร็วๆ ว่าไฟล์ที่เปิดมีจำนวนชีตครบตามที่ควรจะเป็นหรือไม่ โดยเฉพาะไฟล์ที่มีสูตรอ้างอิงข้ามชีตจำนวนมาก ถ้าจำนวนชีตเปลี่ยนไปกะทันหันอาจเป็นสัญญาณว่ามีคนลบหรือเพิ่มชีตโดยไม่ตั้งใจ

ถ้าใส่ reference เข้าไปในวงเล็บ เช่น =SHEETS(A1:A1) จะเป็นการนับจำนวนชีตใน 3D reference แทน ซึ่งใช้เฉพาะกรณีพิเศษที่มีการอ้างอิงข้ามหลายชีตเท่านั้น งานทั่วไปใช้ =SHEETS() เปล่าๆ ก็พอ

NA: สร้าง Error #N/A ตั้งใจ

ฟังก์ชัน NA ไม่มีพารามิเตอร์เลย รูปแบบคือ =NA() ผลลัพธ์คือ Error #N/A เสมอ ฟังดูแปลกที่ต้องมีฟังก์ชันไว้สร้าง Error เอง แต่มีประโยชน์ในสถานการณ์เฉพาะจุด โดยเฉพาะเวลาทำกราฟเส้น

B4fx=NA()
A B
1 วันที่ ยอดขาย
2 1 ก.ย. 1,200
3 2 ก.ย. 1,450
4 3 ก.ย. (ร้านปิด) #N/A
5 4 ก.ย. 1,600

ถ้าใส่ 0 หรือเว้นเซลล์ว่างไว้แทนวันที่ร้านปิด กราฟเส้นจะลากเส้นลงไปที่ 0 หรือขาดช่วงแบบดูไม่สวย แต่ถ้าใส่ =NA() แทน Excel จะข้ามจุดนั้นไปเลยไม่วาดลงกราฟ ทำให้เส้นกราฟลากต่อเนื่องข้ามวันที่ไม่มีข้อมูลได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่กระทบสูตรคำนวณอื่นที่อ้างอิงเซลล์นี้ (เพราะเป็น Error ตรงไปตรงมา ไม่ใช่ 0 ที่อาจถูกนับรวมผิดพลาด)

สรุป

SHEETS ใช้นับจำนวนชีตทั้งไฟล์แบบเร็วๆ เหมาะกับไฟล์ที่มีหลายชีตและต้องเช็คความครบถ้วน ส่วน NA ใช้สร้าง Error ตั้งใจเพื่อกันไม่ให้จุดข้อมูลที่ไม่มีค่าไปปรากฏผิดเพี้ยนบนกราฟ ทั้งสองไม่ใช่ฟังก์ชันที่ใช้บ่อย แต่เมื่อเจอสถานการณ์ตรงจุดจะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงประเด็นกว่าวิธีอื่น

หมายเหตุ: บทความนี้เขียนและเรียบเรียงโดย AI

← กลับหน้าบทความ
Line