หน้าแรก บทความ Windows
Windows

แค่การรีสตาร์ทเครื่องก็ช่วยอะไรได้เยอะ: เทคนิคง่ายๆ ที่คนมองข้าม

เผยแพร่ 16 ก.ค. 69

รีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์และมือถือช่วยแก้ปัญหาเครื่องช้าและค้าง

เวลาเครื่องช้า ค้าง แอปไม่ตอบสนอง หรือ Wi-Fi หลุดๆ หายๆ หลายคนรีบเปิดหน้าต่างแก้ปัญหา ลงโปรแกรมซ่อมเครื่อง หรือหาวิธีซับซ้อนจากอินเทอร์เน็ต ทั้งที่บางครั้งคำตอบง่ายที่สุดคือ «รีสตาร์ทเครื่อง» ธรรมดาๆ นี่แหละ บทความนี้จะพาไปดูว่าทำไมการรีสตาร์ทถึงช่วยแก้ปัญหาได้จริง ใช้ได้กับอุปกรณ์อะไรบ้าง และควรรีสตาร์ทเครื่องถี่แค่ไหนถึงจะพอดี

ทำไมแค่รีสตาร์ทเครื่องถึงช่วยได้เยอะขนาดนี้

เข้าใจง่ายๆ ให้เปรียบเทียบเครื่องของเรากับโต๊ะทำงาน ทุกครั้งที่เปิดโปรแกรมหรือแอปใหม่ ก็เหมือนหยิบเอกสารมาวางเพิ่มบนโต๊ะ ยิ่งเปิดนาน เปิดหลายโปรแกรมพร้อมกัน เอกสารก็ยิ่งกองสูงขึ้นเรื่อยๆ จนไม่มีที่วางงานใหม่ การรีสตาร์ทก็เหมือนการเก็บโต๊ะให้โล่งอีกครั้ง

ในทางเทคนิค ระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชันจะดึงหน่วยความจำ (RAM) มาใช้งานตลอดเวลาที่เปิดอยู่ บางโปรแกรมเขียนโค้ดไม่ดีพอ ใช้งานแล้วไม่คืนหน่วยความจำที่ไม่ได้ใช้แล้วกลับไป (เรียกว่า memory leak) เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ หน่วยความจำที่ใช้ได้จริงก็เหลือน้อยลงเรื่อยๆ ทำให้เครื่องอืด ค้าง หรือแอปปิดตัวเองแบบไม่ทราบสาเหตุ การรีสตาร์ทจะเคลียร์หน่วยความจำทั้งหมดกลับมาเริ่มต้นใหม่ในครั้งเดียว

นอกจากเรื่องหน่วยความจำแล้ว การรีสตาร์ทยังช่วยเรื่องอื่นๆ ไปพร้อมกันด้วย เช่น

อินโฟกราฟิกขั้นตอนการรีสตาร์ทเครื่องและประโยชน์ที่ได้รับ 5 ขั้นตอน

สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาต้องรีสตาร์ทเครื่องแล้ว

ไม่ต้องรอให้เครื่องพังก่อนถึงจะรีสตาร์ท สังเกตอาการเหล่านี้ได้เลย

วิธีรีสตาร์ทให้ถูกต้องในแต่ละอุปกรณ์

คอมพิวเตอร์ Windows (ทุกเวอร์ชัน)

กดปุ่ม Start → ไอคอน Power → เลือก Restart เป็นวิธีที่แนะนำที่สุด เพราะระบบจะปิดโปรแกรมทั้งหมดอย่างถูกต้องก่อนเปิดเครื่องใหม่ ต่างจากการกดปุ่มปิดเครื่องค้างไว้ (Hard reset) ที่ควรใช้เฉพาะตอนเครื่องค้างสนิทจริงๆ เท่านั้น เพราะอาจทำให้ไฟล์ที่กำลังบันทึกอยู่เสียหายได้

ถ้าเครื่องช้าเรื้อรังแม้รีสตาร์ทแล้วยังไม่ดีขึ้น ลองเช็คว่ามีโปรแกรมเปิดพร้อมเครื่อง (Startup apps) เยอะเกินไปหรือไม่ ผ่าน Task Manager แล้วปิดโปรแกรมที่ไม่จำเป็นออกจากรายการเปิดอัตโนมัติ

มือถือและแท็บเล็ต (Android / iPhone / iPad)

อุปกรณ์พกพาก็มีหลักการเดียวกัน เปิดใช้งานต่อเนื่องนานๆ โดยไม่ปิดเครื่องเลยก็สะสมปัญหาได้เหมือนกัน วิธีรีสตาร์ททั่วไปคือกดปุ่มเปิด-ปิดเครื่องค้างไว้จนขึ้นเมนู แล้วเลือก Restart หรือ ปิดเครื่อง จากนั้นเปิดใหม่อีกครั้ง

สำหรับมือถือ แนะนำให้รีสตาร์ทอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง โดยเฉพาะเครื่องที่ใช้งานหนักทั้งวันหรือแทบไม่เคยปิดเครื่องเลย จะช่วยให้แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้นและแอปทำงานลื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

รีสตาร์ทบ่อยแค่ไหนถึงจะพอดี

ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน แต่เป็นแนวทางคร่าวๆ ที่ใช้ได้จริง

รีสตาร์ท ปิดเครื่อง และโหมดพัก (Sleep) ต่างกันอย่างไร

หลายคนสับสนสามโหมดนี้ อธิบายง่ายๆ ได้ดังนี้

สรุป

การรีสตาร์ทเครื่องเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ง่าย ไม่เสียค่าใช้จ่าย และได้ผลจริง ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ Windows มือถือ หรือแท็บเล็ต ก่อนจะลงโปรแกรมซ่อมเครื่องหรือหาวิธีแก้ที่ซับซ้อน ลองรีสตาร์ทเครื่องดูก่อนเป็นอันดับแรก แล้วสร้างเป็นนิสัยรีสตาร์ทเครื่องอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้อุปกรณ์ทำงานได้ลื่นไหลและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น

← กลับหน้าบทความ
Line