งานบางอย่าง เช่น คำนวณดอกเบี้ยหรืออายุงานแบบทศนิยม ต้องการรู้ «สัดส่วนของปี» ระหว่างวันที่สองวัน ไม่ใช่แค่จำนวนปีเต็ม สูตร YEARFRAC ให้ผลลัพธ์เป็นตัวเลขทศนิยมที่แม่นยำกว่าการใช้ DATEDIF เพียงอย่างเดียว
YEARFRAC คืออะไร
YEARFRAC คำนวณสัดส่วนของปีระหว่างวันที่สองวัน โดยให้ผลลัพธ์เป็นทศนิยม เช่น 1.5 ปี แทนที่จะเป็นแค่ปีเต็มๆ รูปแบบสูตรคือ
=YEARFRAC(วันที่เริ่มต้น, วันที่สิ้นสุด, [หลักเกณฑ์นับวัน])
C2fx
=YEARFRAC(A2,B2)| A | B | C | |
|---|---|---|---|
| 1 | วันเริ่มงาน | วันนี้ | อายุงาน (ปี) |
| 2 | 01/03/2025 | 22/08/2026 | 1.47 |
หลักเกณฑ์นับวัน (Basis)
| ค่า Basis | วิธีนับวัน |
| 0 (ค่าเริ่มต้น) | แบบ US (NASD) 30/360 |
| 1 | นับวันจริงในแต่ละเดือน/ปี (Actual/Actual) |
| 2 | วันจริง/360 |
| 3 | วันจริง/365 |
| 4 | แบบยุโรป 30/360 |
ถ้าไม่ระบุ Basis, Excel จะใช้ค่า 0 เป็นค่าเริ่มต้นโดยอัตโนมัติ
YEARFRAC ต่างจาก DATEDIF อย่างไร
| ฟังก์ชัน | ผลลัพธ์ |
| YEARFRAC | ทศนิยม เช่น 1.47 ปี เหมาะกับงานการเงิน/คำนวณดอกเบี้ย |
| DATEDIF | จำนวนเต็ม เช่น 1 ปี 5 เดือน 21 วัน เหมาะกับแสดงผลให้คนอ่านเข้าใจง่าย |
ตัวอย่างใช้งานจริง: คำนวณดอกเบี้ยตามสัดส่วนปี
=เงินต้น * อัตราดอกเบี้ยต่อปี * YEARFRAC(วันที่เริ่มกู้,วันที่คำนวณ)
สรุป
ใช้ YEARFRAC เมื่อต้องการตัวเลขทศนิยมสำหรับคำนวณต่อ เช่น ดอกเบี้ยหรือสัดส่วนโบนัส แต่ถ้าต้องการแสดงผลให้คนอ่านเข้าใจง่ายเป็นปี-เดือน-วัน ให้ใช้ DATEDIF แทน