ค่าเฉลี่ย (AVERAGE) มีจุดอ่อนตรงที่ถูกค่าผิดปกติ (Outlier) ดึงให้เพี้ยนได้ง่าย เช่น เงินเดือนพนักงานส่วนใหญ่ใกล้เคียงกัน แต่มีเจ้าของบริษัทเงินเดือนสูงลิ่วปนอยู่ 1 คน ค่าเฉลี่ยจะถูกดึงขึ้นสูงผิดความเป็นจริง MEDIAN คือสูตรที่หาค่ามัธยฐาน หรือค่าตรงกลางเมื่อเรียงข้อมูลจากน้อยไปมาก ไม่ถูกค่าผิดปกติดึงเหมือน AVERAGE
ตัวอย่าง: เปรียบเทียบ MEDIAN กับ AVERAGE
=MEDIAN(A1:A5)| A | |
|---|---|
| 1 | 10000 |
| 2 | 20000 |
| 3 | 30000 |
| 4 | 40000 |
| 5 | 100000 |
| 6 | MEDIAN = 30,000 |
เงินเดือน 5 คนนี้ ถ้าใช้ AVERAGE จะได้ 40,000 บาท (ถูกคนเงินเดือน 100,000 ดึงขึ้นสูง) แต่ MEDIAN จะได้ 30,000 บาท ซึ่งเป็นตัวแทนที่สะท้อนเงินเดือนของคนส่วนใหญ่ได้ตรงกว่ามาก
เมื่อไหร่ควรใช้ MEDIAN แทน AVERAGE
ถ้าข้อมูลมีค่าผิดปกติสูงหรือต่ำผิดจากกลุ่มมาก (เช่น เงินเดือน ราคาบ้าน รายได้) MEDIAN จะให้ภาพที่ตรงกับความเป็นจริงมากกว่า AVERAGE ที่เหมาะกับข้อมูลกระจายสม่ำเสมอไม่มีค่าโดดออกไป
สรุป
MEDIAN เหมาะกับการวิเคราะห์ข้อมูลรายได้ ราคา หรือคะแนนที่มักมีค่าผิดปกติแทรกอยู่ ใช้คู่กับ AVERAGE เพื่อเทียบดูว่าข้อมูลชุดนั้นมีค่าผิดปกติดึงค่าเฉลี่ยไปมากน้อยแค่ไหน