บางครั้งข้อมูลที่ import มาจากระบบอื่น เช่นไฟล์ CSV หรือระบบบัญชี วันที่จะถูกเก็บเป็น «ข้อความ» (Text) ไม่ใช่ «วันที่จริง» (Date) ทำให้เอาไปคำนวณหรือใช้สูตรวันที่ไม่ได้ ฟังก์ชัน DATEVALUE และ TIMEVALUE ช่วยแปลงข้อความเหล่านั้นให้เป็นค่าที่ใช้งานได้จริง
สังเกตอย่างไรว่าวันที่เป็นข้อความ ไม่ใช่วันที่จริง
วันที่ที่เป็นข้อความมักชิดซ้ายในเซลล์ (ต่างจากตัวเลข/วันที่จริงที่ชิดขวา) และเรียงลำดับ/คำนวณด้วยสูตรวันที่ไม่ได้
DATEVALUE แปลงข้อความเป็นวันที่
=DATEVALUE(ข้อความวันที่)
B2fx
=DATEVALUE(A2)| A | B | |
|---|---|---|
| 1 | วันที่ (ข้อความ) | วันที่จริง |
| 2 | 2026-08-22 | 22/08/2026 |
TIMEVALUE แปลงข้อความเป็นเวลา
=TIMEVALUE(ข้อความเวลา)
D2fx
=TIMEVALUE(C2)| C | D | |
|---|---|---|
| 1 | เวลา (ข้อความ) | เวลาจริง |
| 2 | 14:35:00 | 2:35 PM |
รวมสองฟังก์ชันเมื่อข้อมูลมีทั้งวันที่และเวลาในเซลล์เดียว
ถ้าข้อความมีทั้งวันที่และเวลาปนกัน เช่น «2026-08-22 14:35:00» ให้รวมสองฟังก์ชันเข้าด้วยกัน
=DATEVALUE(A2)+TIMEVALUE(A2)
ข้อควรรู้
- รูปแบบข้อความต้องเป็นรูปแบบวันที่/เวลาที่ Excel รู้จัก ถ้าเขียนแบบไม่มาตรฐาน (เช่น «22 ส.ค. 69») อาจแปลงไม่ได้หรือได้ผลผิด ต้องปรับรูปแบบข้อความให้ตรงมาตรฐานก่อน
- หลังแปลงด้วย DATEVALUE/TIMEVALUE แล้ว ควรจัดรูปแบบเซลล์ผลลัพธ์ให้เป็น Date หรือ Time เอง เพราะค่าที่ได้เริ่มต้นมักแสดงเป็นตัวเลขล้วน
- ทางเลือกอื่นที่เร็วกว่าถ้าข้อมูลมีจำนวนมาก คือใช้ Text to Columns เลือกรูปแบบ Date ให้แปลงทั้งคอลัมน์ในทีเดียว