หน้าแรก บทความ Microsoft
Microsoft

CHAR และ CODE ใน Excel ขึ้นบรรทัดใหม่ในเซลล์ และหาตัวอักษรแปลกปลอม

เผยแพร่ 29 ส.ค. 69

CHAR กับ CODE เป็นสูตรคู่กันที่แปลงระหว่างตัวอักษรกับรหัสตัวเลขของมัน CHAR รับตัวเลขแล้วคืนตัวอักษร ส่วน CODE รับตัวอักษรแล้วคืนตัวเลข ประโยชน์ที่ใช้บ่อยที่สุดคือใส่ตัวอักษรพิเศษที่พิมพ์ตรงๆ ไม่ได้ เช่น การขึ้นบรรทัดใหม่ในเซลล์เดียว และการตามหาตัวอักษรแปลกปลอมที่มองไม่เห็น

รูปแบบของสูตร

=CHAR(ตัวเลข 1 ถึง 255) — คืนตัวอักษรตามรหัสในชุด Windows (ANSI)
=CODE(ข้อความ) — คืนรหัสตัวเลขของตัวอักษรตัวแรกในข้อความนั้น

รหัส ตัวอักษร / ความหมาย
10 ขึ้นบรรทัดใหม่ (line break)
9 Tab
32 เว้นวรรคปกติ
34 เครื่องหมายคำพูด "
65 – 90 A ถึง Z
160 เว้นวรรคไม่ตัดคำ (ตัวที่ TRIM ลบไม่ออก)

ตัวอย่างที่ 1: ที่อยู่หลายบรรทัดในเซลล์เดียว

D2fx=A2&CHAR(10)&B2&CHAR(10)&C2
A B C D
1 ชื่อ ถนน จังหวัด ที่อยู่จัดส่ง
2 ร้านไอเบ็กซ์ 123 ถ.สุขุมวิท กรุงเทพฯ 10110 ร้านไอเบ็กซ์ ⏎ 123 ถ.สุขุมวิท ⏎ กรุงเทพฯ 10110

CHAR(10) คือการขึ้นบรรทัดใหม่ ผลลัพธ์จะแสดงเป็น 3 บรรทัดในเซลล์เดียวก็ต่อเมื่อเปิด Wrap Text ที่เซลล์นั้นด้วย (แท็บ Home → Wrap Text) ถ้าไม่เปิด จะเห็นเป็นสัญลักษณ์สี่เหลี่ยมเล็กๆ แทน วิธีนี้ใช้เตรียมที่อยู่สำหรับพิมพ์ซองหรือใบปะหน้าพัสดุ

ตัวอย่างที่ 2: ใส่เครื่องหมายคำพูดลงในข้อความ

B2fx=CHAR(34)&A2&CHAR(34)
A B
1 ชื่อรุ่น ใส่อัญประกาศ
2 Pro Max "Pro Max"

การพิมพ์ " ตรงๆ ในสูตรจะทำให้ Excel งงว่าข้อความจบตรงไหน การใช้ CHAR(34) แทนช่วยเลี่ยงปัญหานี้

ตัวอย่างที่ 3: ตามหาตัวอักษรแปลกปลอมที่ TRIM ลบไม่ออก

ข้อมูลที่ก๊อปมาจากเว็บหรือ PDF มักมี “เว้นวรรคไม่ตัดคำ” (รหัส 160) ปนอยู่ ทำให้ TRIM ลบไม่ออกและสูตรเทียบข้อความเพี้ยน ใช้ CODE ส่องดูได้

B2fx=CODE(RIGHT(A2,1))
A B
1 ข้อความ รหัสตัวสุดท้าย
2 ยอดรวม  160
3 ยอดรวม 51

แถวที่ 2 ตัวสุดท้ายมีรหัส 160 (เว้นวรรคไม่ตัดคำ) แก้ได้ด้วย =TRIM(SUBSTITUTE(A2,CHAR(160)," ")) คือเปลี่ยนรหัส 160 เป็นเว้นวรรคปกติก่อน แล้วค่อย TRIM

ตัวอย่างที่ 4: สร้างลำดับตัวอักษร A–Z

A1fx=CHAR(64+ROW())
A
1 A
2 B
3 C

รหัสของ A คือ 65 สูตร 64+ROW() ที่แถว 1 ได้ 65 พอดี คัดลอกลงไปจะได้ B, C, D ต่อเนื่อง ใช้ทำหัวคอลัมน์จำลองหรือชุดรหัสเรียงลำดับ

ข้อควรรู้

ดูสูตรรวมข้อความแบบอื่นได้ที่ TEXTJOIN และ CONCAT

หมายเหตุ: บทความนี้เขียนและเรียบเรียงโดย AI

← กลับหน้าบทความ
Line