หน้าแรก › บทความ › Microsoft
Microsoft

GCD และ LCM ใน Excel หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น.

เผยแพร่ 21 ส.ค. 69

GCD (ห.ร.ม. — ตัวหารร่วมมาก) และ LCM (ค.ร.น. — ตัวคูณร่วมน้อย) เป็นสูตรคณิตศาสตร์พื้นฐานที่มีประโยชน์เวลาต้องแบ่งจำนวนของให้ลงตัวเท่ากันทุกกลุ่ม หรือหาจังหวะเวลาที่เหตุการณ์หลายอย่างจะตรงกันพอดี

🎬 ดูวิดีโอสอน (0 นาที 55 วินาที) บน Excel จริง หรืออ่านขั้นตอนละเอียดด้านล่างได้เลย

GCD: หาตัวหารร่วมมาก

=GCD(number1, [number2], ...)

ผลลัพธ์จริงของสูตร GCD ใน Excel

ภาพจริงจาก Excel: ตัวอย่างสูตร GCD (ข้อมูลในภาพเป็นตัวอย่างสมมติ อาจต่างจากตัวเลขในข้อความเล็กน้อย แต่หลักการเหมือนกัน)

ตัวอย่างสูตร =GCD(A2,B2) ได้ผลลัพธ์ 12

ตัวอย่างนี้ ถ้ามีสินค้า 24 ชิ้นและ 36 ชิ้น แล้วต้องการแบ่งเป็นกล่องขนาดเท่ากันโดยไม่มีเศษเหลือ จำนวนกล่องมากที่สุดที่แบ่งได้ลงตัวคือ 12 กล่อง (24÷12=2 และ 36÷12=3 ลงตัวพอดีทั้งคู่)

LCM: หาตัวคูณร่วมน้อย

=LCM(number1, [number2], ...)

ตัวอย่างสูตร =LCM(A2,B2) ได้ผลลัพธ์ 12

ถ้าซัพพลายเออร์ A ส่งของทุก 4 วัน และซัพพลายเออร์ B ส่งทุก 6 วัน ทั้งสองรายจะมาส่งของตรงวันเดียวกันทุกๆ 12 วัน มีประโยชน์เวลาวางแผนตารางงานที่มีรอบเวลาไม่เท่ากันหลายชุด

ตัวอย่างการใช้งานจริง

ข้อควรรู้

สรุป

GCD หาตัวหารร่วมมากที่สุดที่แบ่งจำนวนหลายชุดได้ลงตัว ส่วน LCM หาตัวคูณร่วมน้อยที่สุดที่รอบเวลาหรือจำนวนหลายชุดจะตรงกันพอดี ทั้งสองฟังก์ชันใช้รูปแบบเดียวกันคือ =GCD(เลข1, เลข2, ...) และ =LCM(เลข1, เลข2, ...) เหมาะกับงานวางแผนแบ่งของหรือจัดตารางเวลาที่มีรอบไม่เท่ากัน

หมายเหตุ: บทความนี้เขียนและเรียบเรียงโดย AI

← กลับหน้าบทความ
Line