ไฟล์ขยะ ไฟล์ชั่วคราว และไฟล์ในถังขยะที่สะสมนานๆ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ดิสก์เต็มโดยไม่รู้ตัว ฟีเจอร์ Storage Sense บน Windows 11 ช่วยล้างไฟล์เหล่านี้ให้อัตโนมัติตามตารางเวลาที่ตั้งไว้ โดยไม่ต้องมานั่งล้างเองทุกครั้ง
วิธีเปิดใช้ Storage Sense
- ไปที่ Settings > System > Storage
- เปิดสวิตช์ Storage Sense ให้เป็นสีน้ำเงิน
- คลิกที่ Storage Sense เพื่อเข้าไปตั้งค่ารายละเอียดเพิ่มเติม
ตั้งความถี่ในการล้างไฟล์อัตโนมัติ
ในหน้าตั้งค่า Storage Sense เลือก Run Storage Sense แล้วกำหนดความถี่ตามต้องการ: Every day, Every week, Every month หรือ During low free disk space (ทำงานเฉพาะตอนพื้นที่เหลือน้อยเท่านั้น) เหมาะกับคนที่ไม่อยากให้ระบบล้างไฟล์บ่อยเกินไป
ตั้งเวลาล้างไฟล์ชั่วคราวและถังขยะ
เลื่อนลงมาที่หัวข้อ Temporary files ปรับได้ 2 ส่วน:
- Delete files in my recycle bin if they have been there for over — เลือกจำนวนวันที่ไฟล์ในถังขยะจะถูกลบถาวรอัตโนมัติ เช่น 30 วัน
- Delete files in my Downloads folder if they haven’t been opened for more than — เลือกจำนวนวันสำหรับลบไฟล์ในโฟลเดอร์ Downloads ที่ไม่ได้เปิดใช้นาน (ปิดตัวเลือกนี้ไว้ได้ถ้ากลัวลบไฟล์สำคัญที่ดาวน์โหลดไว้)
ล้างพื้นที่ทันทีโดยไม่ต้องรอตามตาราง
ถ้าอยากล้างพื้นที่ตอนนี้เลยไม่ต้องรอถึงรอบอัตโนมัติ กด Run Storage Sense now ที่ด้านล่างของหน้าตั้งค่า ระบบจะสแกนและล้างไฟล์ตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้ทันที
เช็คว่าอะไรกินพื้นที่มากที่สุด
กลับไปที่หน้า Settings > System > Storage จะเห็นรายการแยกตามประเภทไฟล์ (แอป, เอกสาร, รูปภาพ, ไฟล์ชั่วคราว ฯลฯ) พร้อมขนาดพื้นที่ที่แต่ละประเภทใช้ไป คลิกเข้าไปดูรายละเอียดแต่ละหมวดเพื่อตัดสินใจว่าจะลบอะไรเพิ่มเติมเองด้วยตัวเอง
สรุป
Storage Sense เหมาะกับการดูแลพื้นที่ดิสก์ระยะยาวโดยไม่ต้องจำล้างเอง ใช้ร่วมกับ วิธีจัดการพื้นที่ดิสก์เต็ม จะช่วยให้เครื่องมีพื้นที่ว่างเพียงพอตลอดเวลาโดยไม่ต้องคอยเช็คเอง