Start Menu และ Taskbar เป็นจุดที่ใช้งานบ่อยที่สุดบน Windows 11 การปรับแต่งให้เข้ากับพฤติกรรมการใช้งานของตัวเองช่วยให้เปิดแอปหรือหาไฟล์ได้เร็วขึ้น บทความนี้รวมวิธีปรับแต่งที่ใช้บ่อยทั้งสองส่วน
ปักหมุด/ถอดแอปจาก Start Menu
- ปักหมุดแอปใหม่ — คลิกขวาที่แอปใน All apps หรือผลการค้นหา เลือก Pin to Start
- ถอดแอปออก — คลิกขวาที่ไอคอนแอปใน Start Menu เลือก Unpin from Start
- จัดกลุ่มไอคอน — ลากไอคอนแอปไปวางซ้อนกันเพื่อรวมเป็นโฟลเดอร์ ตั้งชื่อโฟลเดอร์ได้ตามต้องการ
ปรับสัดส่วนที่ปักหมุด/แนะนำ
- ไปที่ Settings > Personalization > Start
- เลือก Folders เพื่อกำหนดโฟลเดอร์ลัด (เช่น Documents, Downloads, Settings) ให้แสดงข้าง Start Menu
- ปรับ Show more pins หรือ Show more recommendations เพื่อเลือกว่าจะเน้นพื้นที่ให้แอปที่ปักหมุดไว้ หรือให้พื้นที่ไฟล์/แอปที่แนะนำมากกว่า
ปรับตำแหน่งและไอคอนบน Taskbar
- ย้าย Taskbar ไปกึ่งกลางหรือชิดซ้าย — ไปที่ Settings > Personalization > Taskbar > Taskbar behaviors เลือก Taskbar alignment เป็น Center หรือ Left
- ปักหมุดแอปที่ใช้บ่อยลง Taskbar — คลิกขวาที่ไอคอนแอปที่เปิดอยู่ หรือค้นหาแอปแล้วคลิกขวาเลือก Pin to taskbar
- ซ่อน/แสดงไอคอนถาดระบบ — ไปที่ Settings > Personalization > Taskbar > Taskbar corner icons เลือกไอคอนที่ต้องการให้แสดงตลอดเวลา
ซ่อนปุ่ม Widgets, Chat, Search ที่ไม่ได้ใช้
ถ้าต้องการ Taskbar ที่โล่งขึ้น ไปที่ Settings > Personalization > Taskbar > Taskbar items แล้วปิดสวิตช์ปุ่มที่ไม่ได้ใช้ เช่น Search, Task View, Widgets ปุ่มเหล่านั้นจะหายไปจาก Taskbar ทันที เหลือแค่ที่จำเป็นจริงๆ
สรุป
การปรับแต่ง Start Menu และ Taskbar ให้เข้ากับการใช้งานจริงช่วยประหยัดเวลาเปิดแอป/หาไฟล์ในระยะยาว ใช้ร่วมกับ คีย์ลัด Windows 11 จะช่วยให้ทำงานบนเดสก์ท็อปได้เร็วขึ้นอีกขั้น